ากที่จะอุ้มหลานนะ เจ้า…”
เซี่ยผิงกั่งเร่งเร้านางไปได้ครึ่งทางก็รู้สึกได้ถึงสายตาของรัชทายาท เขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที “ท่านให้น้องสาวของกระหม่อมพยายามขึ้นหน่อย…”
“……” เซี่ยเฉียวขึงตาใส่เขาอย่างหมดคำพูด
โชคดีที่เขายั้งคำพูดไว้ได้ทัน ถ้าหากเขาพลั้งปากออกมาแล้วล่ะก็ นางจะเอายันต์ที่พกติดตัวไว้ทั้งหมดออกมาแล้วปล่อยให้ตัวเองพิฆาตเขาให้ตายไปเลย!
ขณะที่พูดกันอยู่นั้นพวกเขาก็เดินไปถึงคุกที่ขังพวกชายชุดดำ
สถานที่แห่งนี้…ทั้งมืดและชื้น น่าจะมีพวกงูหนูแมลงต่างๆ ไม่น้อยเลย ดูแล้วช่างน่าขนลุกจริงๆ
เซี่ยเฉียวไม่มีเวลามานั่งเห็นใจหน่วยกล้าตายพวกนี้ ในยุคสมัยนี้การแบ่งแยกชนชั้นเข้มงวด มีคนขายชีวิตและก็มีคนซื้อชีวิต นางซึ่งเป็นแค่นักพรตของหนึ่งก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน
นอกจากนั้น คนเหล่านี้ยังเกือบจะฆ่านางและรัชทายาทแล้วด้วย
“เป็นอย่างไรบ้าง มองเห็นอะไรบ้างไหม” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถามด้วยความใส่ใจ
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็ยืนอยู่อีกข้างหนึ่ง ร่างใหญ่โตอย่างกับเสาของทั้งสองคนขนาบข้างอย่างนี้ทำให้เซี่ยเฉียวรู้สึกสงบใจลงได้ไม่น้อย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้น่ากลัวนัก
วิญญาณที่ศาลตัดสินคดีน่ากลัวกว่าวิญญาณที่ไหนๆ ทั้งนั้น
ทั้งรูปลักษณ์และไอแค้นต่างก็น่ากลัว
“เห็นวิญญาณ…มากมาย ข้าขอแยกแยะหน่อย” เซี่ยเฉียวแสดงท่าทางให้พวกเขารอสักครู่
วิญญาณที่อยู่ที่นี้ล้วนแต่บ้าคลั่งกันทั้งนั้น
แต่ก็เห็นได้ไม่