งนี้ แต่ถึงอย่างไรปรมาจารย์โม่ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เทพเซียนที่ไหน นางจะน่าทึ่งอย่างที่พวกเขาพูดกันได้อย่างไร อีกอย่าง…”
ชายผู้นั้นพูดและยิ้มอย่างชั่วร้าย “คนอื่นๆ ก็พูดกันไม่ใช่หรือว่าปรมาจารย์โม่อาศัยความสัมพันธ์ที่มีกับรัชทายาทจึงสามารถหลอกลวงคนอื่นได้…”
เจ้าหน้าที่ที่ศาลตัดสินคดียังไม่ค่อยได้เห็นความสามารถของโม่ชูเซิงมากนัก
เขาแค่รู้ว่าคนผู้นี้เก่งกาจ ไม่อาจที่จะยั่วยุเท่านั้น
แต่พอเขาพูดเช่นนั้นออกมา เซี่ยผิงกั่งก็หน้าทะมึนขึ้นมาทันที “เจ้าพูดว่าอะไรนะ”
คนผู้นั้นชะงักไปทันที เขารู้ว่าสีหน้าท่าทางของเซี่ยผิงกั่งนั้นแปลกนัก
“ใต้เท้า?” เขารู้สึกเสียความมั่นใจเล็กน้อย
“เจ้าว่าโม่ชูเซิงเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวงหรือ” ร่างสูงของเซี่ยผิงกั่งเผชิญหน้ากับคนที่อยู่ตรงหน้า เขาแค่นเสียงเย็น “เมื่อก่อนข้าพูดอย่างนั้นหรือ ดูท่าว่าเจ้าจะสงสัยในคำพูดของข้า แปลว่าไม่เชื่อใจข้าแล้วอย่างนั้นหรือ”
“……” ไม่นะ ไม่ใช่อย่างนั้นจริงๆ “ใต้เท้า ข้าน้อยแค่บอกว่าปรมาจารย์โม่ผู้นั้น…”
“แถมยังกล้าอาศัยบารมีของรัชทายาท เจ้านี่ใจกล้าไม่เบาเลย” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงเล็กน้อย เขาเรียกคนมาทันที “ข้าจะโบยเจ้าสักกี่ทีเพราะความผิดนี้ ยินยอมหรือไม่”
ชายผู้นั้นตัวแข็งทื่อไปทันที
ไม่…ยิน…ยอม?
เขาพูดถึงรัชทายาทแค่ประโยคเดียวเท่านั้น มันนับเป็นการอาศัยบารมีรัชทายาทได้ด้วยหรือ
แต่เมื่อเห็นท่าทางที่น่ากลัวของเซี่ยผิงกั่ง เข