ด้ชัดว่าคนบ้านนี้ไม่ได้คิดที่จะบิดบังนางหรอก พวกเขาน่าจะป้องกันไม่ให้คนอื่นติดตามมากกว่า
เซี่ยเฉียวลงจากรถม้าแล้วเดินตามนางเข้าไปข้างใน
หลังจากที่พวกนางเข้าไปในคฤหาสน์แล้ว ฮูหยินก็เอ่ยขึ้น “ปรมาจารย์ ข้าไม่ขอปิดบังท่าน เมื่อก่อนอย่างมากหลานสาวของข้าก็แค่เอาแต่ใจตัวเอง นางไม่ได้มีนิสัยดุร้ายโหดเหี้ยม แต่ในช่วงหนึ่งถึงสองเดือนมานี้ จู่ๆ นางนิสัยของนางก็เปลี่ยนไปมาก นางพบเห็นใครก็มักจะโมโหโกรธา หากพูดอะไรไม่เข้าหูนางสักเล็กน้อย นางก็จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา บ่าวรับใช้ในบ้านถูกทุบตีจนตายไปตั้งหลายคนแล้ว มารดาของนางกลัวว่านางจะทำเรื่องใหญ่โต จึงไม่กล้าให้นางพบใครอีก และขังนางไว้ในห้อง แต่ยิ่งขังนางไว้นางก็ยิ่งหวาดระแวง…”
วันแต่งงานใกล้เข้ามาทุกที หากเป็นอย่างนี้ต่อไป พอถึงวันแต่งงาน นางจะต้องสร้างปัญหาขึ้นมาแน่ๆ!” ฮูหยินกังวลร้อนใจมาก
“แล้วนางมีอะไรไม่พอใจว่าที่สามีบ้างหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ไม่น่าจะมีนะ เด็กคนนี้มีอนาคตไม่เลวเลย ในเมืองหลวงนี้เขาก็นับเป็นคุณชายที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ การแต่งงานคราวนี้นางก็เป็นคนตกลงยินยอมเอง นางน่าจะมีความชื่นชอบในตัวคุณชายคนนั้นอยู่แล้ว” ฮูหยินถอนหายใจและปฏิเสธความคิดนี้ของนาง
เซี่ยเฉียวเองก็ยังไม่เห็นนาง จึงยังไม่อาจยืนยันฟันธงได้ว่านางเป็นอะไรกันแน่
ฮูหยินเชิญนางเข้าไปห้องโถงหลัก และดื่มน้ำชาสักพัก หลังจากที่รอไปรอมาได้สักครึ่งชั่วยาม นางจึงไ