ปล้นเงินของข้าเสียก่อน…”
เซี่ยเฉียวรู้สึกจนใจจนอยากที่จะปิดปากอาจารย์ของนางไว้
“อาจารย์ อย่าได้ว่าคนอื่น” เซี่ยเฉียวส่ายศีรษะ “ตอนนี้ท่านก็อยู่ไกลออกมาตั้งมากขนาดนี้แล้ว หากท่านอยากที่จะพาคนกลับไปแก้แค้นก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว ในเมื่อเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดถึงอีก มันจะเป็นการทำลายบุญกุศลของตัวท่านเอง”
เซี่ยเฉียวหมายถึงสภาพจิตใจของอาจารย์เอง
หากเขายิ่งหงุดหงิดอารมณ์เสียก็จะยิ่งเกิดเรื่องได้ง่าย
จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกว่า ยามที่เซี่ยเฉียวอยู่กับชายชราผู้นี้ไม่เหมือนนางเป็นศิษย์ แต่เหมือนนางจะเป็นอาจารย์มากกว่า
“อาจารย์รู้แล้ว ก็แค่บ่นกับเจ้านิดหน่อยเท่านั้น ประเดี๋ยวข้าก็ลืมเรื่องฮูหยินคนนั้นหมดสิ้นแล้ว เจ้ารีบส่งคนไปรับเจ้าเด็กโง่นั้นก่อนดีกว่า ทิ้งไว้นานอย่างนี้ ข้ากลัวว่าเขาจะหายไปเสียก่อน…ไม่รู้ว่าจะทำตัวดีๆ หรือเปล่า” โม่หลิงจื่อเอ่ย
ยามสั่งลูกศิษย์ของตนเองเขาก็ยังสั่งได้สะดวกปาก
เซี่ยเฉียวเองก็เคยชินเสียแล้ว หลังจากยืนยันที่อยู่ให้แน่ใจแล้วนางก็ใช้ให้คนไปจัดการ
โม่หลิงจื่อไม่รีบร้อนไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย เขาจะรอให้เห็นว่าเจ้าเด็กโง่นั้นถูกรับตัวมาก่อนจึงยอมไป เซี่ยเฉียวก็ตามใจเขา
หลังจากผ่านไปสักพัก โม่หลิงจื่อจึงดูเหมือนจะสังเกตเห็นจ้าวเสวียนจิ่งที่อยู่ข้างๆ
จากนั้นเขาก็มองอย่างประหลาดใจ “จุ๊ๆ…นังหนู เจ้านี่ตาแหลมจริงๆ รัชทายาทคนนี้หน้าตาดีอย่างหาได้ยากยิ่ง ใบหน้าก็เป็