ก็ยิ่งโมโหจึงได้รับดาบรอนางอยู่ที่บ้าน
แต่เขารออยู่นานหลายวันก็ยังไม่เห็นเซี่ยเฉียว
ไฟโทสะยิ่งลุกโชน
แต่ตอนนี้เซี่ยเฉียวกลับเป็นถึงพระชายารัชทายาท เขาเป็นขุนนางจึงไม่อาจไปเคาะประตูเรียกเพื่อหาเรื่องนางได้ ได้แต่พกพาไฟโทสะนั้นไปที่ศาลตัดสินคดีด้วย ใบหน้าดุดันเหี้ยมเกรียมจนทำให้พวกคนชุดดำตกใจกลัวแทบร้องไห้
ตอนที่สืบสวนเขายิ่งลงมืออย่างไร้ความปรานี
คนชุดดำพวกนี้เป็นหน่วยกล้าตาย ปากแข็งยิ่งนัก เซี่ยผิงกั่งทรมานพวกเขาจนเกือบตาย แต่ก็ยังไม่ได้อะไรออกมา ปวดหัวจนผมแทบจะร่วงหมดแล้ว
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้ไม่ได้จัดการง่าย เขาจึงไม่ได้สร้างความลำบากใจให้เซี่ยผิงกั่ง เพียงแต่เซี่ยผิงกั่งเองที่ไม่สบายใจ เขาคิดไปคิดมาก็เลยนึกถึงเซี่ยเฉียว
น้องสาวเป็นถึงปรมาจารย์ หากเขาไม่ใช้นางก็โง่สิ
แต่ตอนนี้เขาไม่พบหน้านาง ปัญหาจึงยุ่งยากเล็กน้อย…
รัชทายาทเองก็ยังหวงน้องสาวของเขา คงจะไม่ช่วยเขาแน่…
เซี่ยผิงกั่งกลับมาบ้านแล้วก็เรียกตัวน้องสาวน้องชายทั้งคู่มาหาโดยไม่เกรงใจเลยสักนิด
สายตาที่เซี่ยผิงไหวมองเขาก็ไม่ได้มีความเป็นปริปักษ์อย่างก่อนหน้านี้แล้ว เขาเก็บสีหน้าอาการเป็นอย่างดี แต่เซี่ยผิงกั่งรู้ว่า เด็กคนนี้กำลังอดทนอดกลั้นอยู่เหมือนกัน แต่เขาไม่สนใจและเอ่ยอย่างอารมณ์ดี “พี่หญิงใหญ่ของพวกเจ้าแต่งงานไปตั้งนานขนาดนี้แล้ว นอกจากวันที่ต้องกลับบ้านมาครั้งนั้นแล้วก็ไม่เห็นกลับมาอีก พวกเขาจ