ะต้องคิดถึงนางมากสิใช่ไหม”
“ไม่นะ” เซี่ยผิงไหวดูนิ่งขึ้นมาก
เซี่ยซีเองก็ส่ายศีรษะ
พี่หญิงใหญ่เพิ่งจะแต่งงานไม่นานนี่เอง!
เมื่อก่อนพวกเขาก็ไม่ได้พบนางบ่อยๆ อยู่แล้วจนชิน ก็เลยไม่ได้คิดถึงอะไรมากมาย
“พวกเจ้าอยู่กันสบายเกินไปแล้ว ใช้ชีวิตอย่างไร้หัวใจ จากนี้ไปข้าจะตั้งกฎเกณฑ์บางอย่างให้พวกเจ้า” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยหน้าด้านๆ “ต่อไปให้ทุกวันตื่นนอนเวลายามเหม่าสามเค่อไปคอยดูแลท่านพ่ออาบน้ำ แล้วค่อยไปคารวะอาจารย์อวี๋ ดูแลให้อาจารย์ของพวกเจ้ากินข้าว ทำเสร็จแล้วก็ไปเรียน ถ้าหากมีเวลาว่างพวกเราก็จะมาจัดชุมนุมน้ำชาสนทนากันเพื่อความสนุกครึกครื้น”
“ชุมนุมน้ำชา!” เซี่ยผิงไหวขมวดคิ้วมุ่น เขาแทบจะทนไม่ไหวระเบิดออกมาแล้ว แต่โชคดีที่ช่วงนี้เขาปรับตัวได้ไม่เลวจึงยังทนไหว เขาปรับลมหายใจแล้วเอ่ยช้าๆ “ทำอย่างนั้นเพื่ออะไร…เล่า”
เซี่ยซีเองก็รู้สึกต่อต้าน
“พวกเจ้าอายุไม่น้อยกันแล้ว ก็น่าจะเอาอย่างเด็กตระกูลเมิ่งนั่นบ้าง คบสหายมากมาย ต่อไปเรื่องแต่งงานจะได้ง่ายขึ้นหน่อย” เซี่ยผิงกั่งค่อนข้างมีเหตุผล “ในเดือนหนึ่งก็จัดงานเลี้ยงให้หลายครั้งหน่อย แต่ละครั้งก็เชิญคนมาให้พอสมควร ถ้าหากเชิญใครไม่ได้ ข้าจะลงโทษพวกเจ้าอย่างหนัก”
“……” เซี่ยผิงไหวแอบกลอกตา
อยากจะลงโทษพวกเขาก็บอกมาตรงๆ จะต้องอ้อมค้อมวกไปวนมาหาข้ออ้างไปทำไม
แม้ว่าตระกูลเซี่ยของพวกเขาอาศัยใบบุญของรัชทายาทได้บ้างแล้ว แต่คนที่ยินดีจะเล่นกับพวกเขามีไม่มากเลยจ