ของเขาทันที
พี่น้องเหล่านี้เติบโตมากับเขาและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หาไม่เช่นนั้นแล้วตอนที่พวกเขาทิ้งตนเองไว้แล้วเอาตัวรอดไปก่อน เขาก็คงจะต้องเลิกคบกับคนพวกนี้ไปแล้ว
“ลูกพี่ ในที่สุดท่านก็กลับมาอย่างครบสามสิบสอง เป็นอย่างไรบ้าง รัชทายาทไม่ได้ทุบตีท่านใช่ไหม” พวกเขาทั้งหลายพยายามมองสำรวจเขา
พวกเขาพบว่าสีหน้าของเมิ่งจี๋ฟังไม่เลวเลย เพียงแต่…ดูอารมณ์ไม่ค่อยจะดีเท่านั้น
“พวกเจ้ายังกล้าพูดอีก! ตกลงกันแล้วว่าจะไปกับข้า แล้วอย่างไรเล่า!” เมิ่งจี๋ฟังกลอกตาใส่พวกเขา “พอเห็นรัชทายาท พวกเจ้าก็เผ่นแน่บกันไปหมด! มีอะไรน่ากลัวกัน!”
“……” พวกเขาได้ยินแล้วก็มองเขาอย่างจนใจ “ลูกพี่ ท่านว่า หากรัชทายาทไม่น่ากลัว พวกข้าก็คงไม่หนีหรอก? อีกอย่างตอนนั้นก็ยังมีอาจารย์อีกสองคน พวกเราจะออกไปเที่ยวชมทิวทัศน์ ยังจะต้องมาฟังเทศน์จากอาจารย์อีกหรือ”
“ใช่ๆ พวกเราเป็นคนโง่ พูดจาโผงผางไม่คิด ล่วงเกินคนอื่นเอาได้ง่ายๆ ถ้าหากรัชทายาททรงกริ้วขึ้นมา พวกเราคงจบไม่สวยแน่”
“แต่ลูกพี่ไม่เหมือนพวกเรา ต่อให้ท่านไม่ให้เกียรติรัชทายาท อย่างมากก็แค่ถูกตำหนิไม่กี่คำ ท่านมีองค์ชายสี่คอยคุ้มครอง ถึงอย่างไรหัวก็คงไม่หลุดจากบ่า”
“……”
พวกเขาแต่ละคนพูดปาวๆ เมิ่งจี๋ฟังได้แต่แค่นเสียงออกมา
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดเรื่องไร้ประโยชน์พวกนี้แล้ว ข้าจะฝืนใจยอมรับคำขอโทษของพวกเจ้าก็แล้วกัน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องแสดงออกอะไรสักหน่อยไหม” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ย