ำบุญอะไรไว้มากมายขนาดไหนถึงได้มีลูกศิษย์ที่รู้ความและเอาใจใส่ท่านมากขนาดนั้น ไม่เพียงแต่หาเงินรักษาวัดเอาไว้ได้เท่านั้น แต่ยังเลี้ยงดูท่านยามชราและสอนท่านให้หลอกคนอื่นเป็น
พอจ้าวเสวียนจิ่งได้ยินอย่างนั้นก็ไม่กล้าที่จะแนะนำคนผู้นี้ให้รับตำแหน่งในตอนที่เสด็จพ่อของเขายังครองราชย์อยู่จริงๆ
เผลอๆ เขายังไม่ทันจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ โม่หลิงจือก็หัวขาดไปก่อนแล้ว
“ในเมื่อเป็นอย่างนั้นเรื่องนี้ก็เอาไว้พูดกันทีหลังเถอะ” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกว่าเซี่ยเฉียวรักใครเขาก็ควรที่จะรักไปด้วย
ต่อให้โม่หลิงจื่อผู้นั้นจะน่าโมโห แต่พอนึกถึงว่าเขาเลี้ยงดูลูกศิษย์ออกมาได้ดีขนาดนี้ ตนเองก็ไม่อยากที่จะถือสาหาความเขาแล้ว
ดังนั้นรอให้เขาขึ้นครองราชย์ก่อนแล้วค่อยพิจารณาเรื่องนี้อีกทีดีกว่า
ในขณะนี้มีเพียงจ้าวเสวียนจิ่งและเซี่ยผิงกั่งเท่านั้นที่มีอาการตอบโต้อย่างปกติและสามารถพูดคุยกับเซี่ยเฉียวได้อย่างสงบ แต่ศิษย์น้องอีกสามคนกลับแผ่รังสีอารมณ์ที่ซับซ้อนออกมาอยู่ตลอดเวลา
เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่ามันค่อนข้างรับได้ยาก จึงให้เวลาพวกเขาได้คิดพิจารณา…
แน่นอนว่า หากจะพูดให้ถูกคือนางเป็นศิษย์พี่ใหญ่ ตอนนี้นางจะก้มหน้ายอมรับผิดไม่ได้อย่างเด็ดขาด นางจะต้องใช้ความมั่นใจในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ของตนเองเชิดหน้าขึ้นมา ให้เด็กทั้งสามคนนี้แสดงความเคารพต่อนางให้ได้โดยดี!
นี่เป็นขั้นตอนแรกในการเปิดเผยตัวตนและนางจะต้องไม่พลาด!
ไม่นานนักเซี่ยเฉี