ยินอย่างนั้น “ใช่แล้วพี่ชายใหญ่ ข้าเป็นห่วงท่านนะ!”
เซี่ยเฉียวมองเขาตาปริบๆ
สายตาทั้งคู่ของเซี่ยเฉียวดูสดใสมีชิวิตชีวา เวลานี้มันยังส่องประกายวิบวับจนทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกใจอ่อนขึ้นมา
“ปัญหาเล็กน้อยแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก หาภรรยาไม่ได้แล้วจะทำไม ใครจะสนใจกัน” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงออกมาทีหนึ่ง
“เจ้าไม่สนใจ น้องสาวของเจ้ายิ่งต้องเป็นห่วงเข้าไปใหญ่” จ้าวเสวียนจิ่งตบไหล่ของเขา “แม้ว่าข้าจะเป็นสามีของนาง แต่เรื่องระหว่างพวกเจ้าสองพี่น้อง ข้าก็นับว่าเป็นคนนอก จึงไม่ควรยื่นมือเข้าไปแทรก มีอะไรพวกเจ้าก็คุยกันดีๆ ไม่ควรที่จะลงไม้ลงมือ เจ้าเองก็รู้ว่าสุขภาพร่างกายของนางไม่ดีแค่ไหน เมื่อวานก็วุ่นวายทั้งคืน คงจะเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ”
“เจ้าพูดจาให้มันอ่อนโยนหน่อย อย่าได้ทำให้นางตกใจ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเสริมขึ้นมาอีก
คำพูดของเขาทำให้เซี่ยผิงกั่งรู้สึกสบายใจขึ้นมาได้หน่อย
เขาจะสั่งสอนน้องสาวของเขาอย่างไรก็ไม่อยากที่จะให้คนนอกเข้ามายุ่งด้วยอยู่แล้ว แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นรัชทายาทก็ตาม
“ขอบพระทัยฝ่าบาท กระหม่อมรับทราบพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยผิงกั่งยังพอจะรับฟังความเห็นของคนอื่นบ้าง
ส่วนเวลานี้ซังโหยวและเจียงจิ้นลู่ก็เข้าใจได้ในที่สุด
อ๋อ ไม่ใช่ว่าศิษย์พี่ใหญ่หายไปไหนหรอก…
แต่เป็นศิษย์พี่ใหญ่ก็คือคนที่อยู่ตรงหน้านี้ และก็เป็นพระชายารัชทายาทด้วย!?
พอเป็นอย่างนั้น…
พวกเขาก็นึกขึ้นมาได้ทันที
เหมือนจริงๆ…เหมือนมาก