!
พวกเขาเห็นพระชายารัชทายาทก็ในวันแต่งงานเท่านั้น ตอนนั้นนางแต่งหน้าหนาและสง่างามมาก พวกเขาเองก็อยู่ไกลจึงมองเห็นไม่ค่อยชัดนัก…
แต่หลังจากที่ได้รับรู้เช่นนี้แล้วพวกเขาก็รู้สึกว่าภาพเหล่านั้นซ้อนทับกันพอดี
ทั้งสองต่างก็คนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนราวกับก้อนหินอย่างไรอย่างนั้น
จากนั้นจ้าวเสวียนจิ่งจึงได้ผละออกจากตำแหน่งระหว่างกลางเซี่ยเฉียวและเซี่ยผิงกั่ง
เพื่อให้พวกเขาสองพี่น้องได้พูดจากัน
เซี่ยเฉียวฉวยโอกาสนี้รีบเอ่ยขึ้นทันที “พี่ชายใหญ่ ข้าทำไปเพื่อสุขภาพร่างกายของพวกเราทั้งนั้น ท่านดูสิ ตอนนี้สุขภาพข้าดีขึ้นมากแล้ว…ยังมีท่านอีก ท่านเองก็จะต้องได้แต่งงานมีภรรยาในไม่ช้าก็เร็ว ข้าใช้ค่ายกลหล่อเลี้ยงบ้านของเรามาตลอดเลยนะ…”
เซี่ยเฉียวไม่เคยขี้ขลาดอย่างนี้มาก่อน
นางคือโม่ชูเซิง แม่นางเซี่ยครึ่งเซียน นางต้องกลัวใครด้วยหรือ
แม้แต่กับรัชทายาท นางก็สามารถพูดคุยกับเขาได้เพราะต่างก็รู้ใจกัน แต่กับพี่ชายของนางเองคนเดียวเท่านั้น…
ที่นางจนปัญญา เป็นเพราะมารดาของนางที่ให้กำเนิดพี่ชายใหญ่ออกมาได้น่าเกรงขามขนาดนี้
หากนางแข็งแกร่งกว่าเซี่ยผิงกั่งแม้เพียงเล็กน้อย นางคงไม่ยอมให้เซี่ยผิงกั่งมาวางท่าข่มนางขนาดนี้หรอก…
ในใจเซี่ยเฉียวยังมีความกล้าอยู่บ้าง แต่ภายนอกนั้นนางกลับทำท่าทางหงอราวกับลูกแมวตัวหนึ่ง
ขณะที่เซี่ยผิงกั่งกำลังจะพูดอะไรขึ้นมา ซังโหยวกลับส่ายหน้าและเอ่ยขึ้นมาด้วยความสิ้นหวัง