แขนเสื้อมาปิดบังใบหน้าไว้ และหดศีรษะราวกับค้างคาวที่แขวนต่องแต่งอยู่บนต้นไม้
“ใต้เท้าเซี่ย! ศิษย์พี่ใหญ่ของข้าสุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี ท่านรีบปล่อยนางลงเลยนะ!!” เจียงจิ้นลู่เองก็ร้องตะโกนออกมาทันที
เซี่ยผิงกั่งขึงตาใส่ซังโหยวและเจียงจิ้นลู่อย่างดุร้ายราวกับว่าทั้งสองเป็นศัตรูของเขาก็ไม่ปาน
แต่จู่ๆ เซียวอวี้หรงก็ตบศีรษะตัวเองทันที “แม่…แม่นางเซี่ย!”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็หลับตาลงทันที หมดหวังแล้ว
นางเหมือนลูกเจี๊ยบที่ถูกถอนขนออกจนหมดเกลี้ยง ไม่มีความปรารถนาที่จะร้องขอชีวิตใดๆ แล้ว
“แม่นางเซี่ยอะไร” ซังโหยวและเจียงจิ้นลู่สีหน้าว่างเปล่า พวกเขาไม่เข้าใจความหมายของศิษย์พี่เซียว
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เซียวอวี้หรงพูดจบแล้ว เขาก็หน้าซัดไปทันที เขาดูเจ็บปวดมากจนต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว “ท่าน ท่าน…ก็คือนาง?!”
และก็คือ…แม่นางเซี่ยผู้มากความสามารถคนนั้น!
ทั้งยังเป็น…พระชายารัชทายาทด้วย!
ตอนนี้อายุแค่สิบแปดสิบเก้า ยังไม่ถึงยี่สิบเสียด้วยซ้ำ?!
เซียวอวี้หรงหน้าซีด เขาดูแย่มากเหมือนได้รับความสะเทือนใจอย่างรุนแรง ซังโหยวและเจียงจิ้นลู่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก แค่เห็นว่าศิษย์พี่เซียวมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ พวกเขาก็เลยรู้สึกสงสัยมาก
เซี่ยผิงกั่งแทบอยากจะบีบนางให้ตายคามือไปเลย
หากนางเป็นแค่น้องสาวของเขา เขาจะต้องหิ้วนางกลับไปจัดการอย่างโหดเหี้ยมสักยก!
แน่นอนว่าแม้แต่ตอนนี้ไฟโทสะของเขาก็ไม่ใช่น้อยๆ