ษณ์ที่สมบูรณ์แบบไว้อย่างดีที่สุด
เซียวอวี้หรงและซังโหยวเองก็ดูไม่ออก พวกเขาเพียงแต่รู้สึกว่าศิษย์พี่ใหญ่เก่งกาจที่สุด
แล้วก็เป็นตอนที่เซี่ยเฉียวกำลังที่จะยืนหยัดตัวเองไว้ไม่ได้อีกต่อไป จ้าวเสวียนจิ่งก็ยื่นมือมาประคองเอวของนางไว้
“……”
“???”
“!!!”
ศิษย์น้องทั้งสามมองตาค้างด้วยความงุนงง
ความจริงแล้วจ้าวเสวียนจิ่งต้องการที่บอกว่า แม้ว่าจะมีศัตรูอยู่มาก แต่หากต่อสู้ไปจนถึงที่สุดก็อาจจะไม่แพ้ก็ได้ เขาได้ยิงพลุไฟสัญญาณออกไปแล้วตั้งแต่แรก แค่ต้องถ่วงเวลาออกหน่อยเท่านั้น การจะรักษาชีวิตจึงไว้ไม่ใช่เรื่องใหญ่
เพียงแต่ตอนนั้นการต่อสู้ติดพัน เขาจึงไม่สามารถที่จะพูดอะไรออกมาได้
แน่นอนว่าการที่เซี่ยเฉียวให้ความช่วยเหลือนั้นช่วยประหยัดแรงพวกเขาไปได้มาก ทั้งยังเหลือชีวิตพยานไว้เป็นจำนวนมากด้วย เรื่องนี้จึงราบรื่นง่ายดายขึ้นหน่อย
สีหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งเป็นทุกข์ หลังจากที่เขาจับเอวของเซี่ยเฉียวไว้แล้ว เขาก็อุ้มนางขึ้นมาก่อนจะนำตัวนางไปวางไว้บนรถม้า
ส่วนที่เหลือก็ซีดขาวไปหมดแล้ว
“ศิษย์พี่ใหญ่เป็นอะไรไป หนักหนามากไหม” พวกเซียวอวี้หรงเองก็เพิ่งจะรู้สึกตัว และรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ท่าทีของแต่ละคนกลับกลายเป็นแสดงความเป็นห่วงขึ้นมาทันที
เซี่ยเฉียวส่ายหน้า “ไม่เป็นไรหรอก เล็กน้อยเท่านั้น”
นางไม่ได้เป็นลมไปจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่
นางแค่เหนื่อยเล็กน้อยเท่านั้น ได้พักผ่อนก็จะดีขึ้นเอง
“รัชทายาท พรุ่งนี้เช้าท่าน