่อคืนมีคนตายตั้งมาก…”
“แต่ทุกวันก็ต้องมีคนตายอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” สะใภ้ไช่เอ่ยอย่างเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ “ข้าเองก็ตายไปแล้วนี่?”
เจียงจิ้นลู่เข้าใจได้ในทันที
นี่ถึงได้เรียกว่าการสิงร่าง เพราะถึงอย่างไรนางก็ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว จิตใจก็เปลี่ยนไปด้วย
ในสายตาของนาง ไม่ว่าเมื่อคืนจะมีคนตายมากมายแค่ไหน แต่นางก็ยังเป็นคนที่ตายไปแล้วหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น
โชคยังดีที่นางไม่ได้มีจิตใจชั่วร้าย ไม่ได้มีความคิดที่จะทำร้ายเมิ่งจี๋ฟัง เพราะหากนางไม่ให้ความร่วมมือขึ้นมา ชีวิตของเมิ่งจี๋ฟังนี้ก็คงจะไม่รอดแน่นอน
เจียงจิ้นลู่รู้สึกทอดถอนใจเล็กน้อย
ตอนที่สะใภ้ไช่ผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่ นางจะต้องเป็นฮูหยินธรรมดาๆ คนหนึ่งแน่ๆ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าพอตายไปแล้ว นางจะเป็นไปมากขนาดนี้
ไม่รู้ว่าหลังจากที่เขาตายไปแล้วจะกลายเป็นคนอย่างไร
สะใภ้ไช่ไม่สนใจเรื่องเหล่านี้เลย นางยังถึงขนาดรู้สึกตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่นางไม่เคยพบเห็นมาก่อนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ
นางเองก็รู้ว่าการที่นางจะเข้าสิงร่างใครได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นนางจึงพยายามทนุถนอมเวลานี้ไว้ให้มากที่สุด
ตัวอย่างเช่นตอนที่เจียงจิ้นลู่กำลังทำงาน มีหลายครั้งที่นางอยากจะยื่นมือเข้าไปแทรก แต่เมื่อคิดดูแล้วนางก็เลือกที่จะหยุด แต่นางก็ไม่ได้จงใจที่จะทำให้คนอื่นลำบาก การมีอยู่ของนางนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากตอนที่นางยังมีชีวิตอยู่มากนักคือไม่ได้มากมายอะไ