ร ถ้าหากเซี่ยเฉียวไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย เซี่ยผิงกั่งและคนอื่นก็คงจะลืมนางไปแล้ว
ไม่กี่ชั่วยามต่อมาฟ้าก็สว่าง กองทหารองครักษ์ของรัชทายาทก็มาถึงแล้ว
เซี่ยเฉียวได้พักผ่อนไปพอสมควร สีหน้าของนางจึงดูดีขึ้นเล็กน้อย
เพียงแต่หลังจากที่นางลงจากรถม้าแล้ว นางก็ได้พบเข้ากับเซี่ยอวี้หรงที่เข้ามาหาด้วยความเป็นห่วงกำลังอยู่ในอาการตกตะลึง
เขามองนางอย่างนิ่งงัน
เซี่ยเฉียวเองก็ยังรู้สึกสับสนอยู่บ้าง แข้งขาของนางยังอ่อนแรง เมื่อเห็นท่าทางตกใจของเซียวอวี้หรงนางก็ขมวดคิ้วถามทันที “เกิดอะไรขึ้นอีกหรือ”
เซียวอวี้หรงตกอยู่ในภวังค์ไปครู่หนึ่ง
ความรู้สึกคุ้นเคยปรากฏขึ้นในใจเขา
ดวงตาคู่นี้ของศิษย์พี่ใหญ่…เหมือนกับว่าเขาเคยเห็นดวงตาคู่นี้ที่ไหนมาก่อน…
หรือจะพูดว่าใบหน้าครึ่งซีกบนของศิษย์พี่ใหญ่…
เซียวอวี้หรงอ้าปากเล็กน้อย เขานึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน…
ในเวลาเดียวกันนั้นเองที่เซี่ยผิงกั่งเดินเข้ามาพอดี
เขากำลังจะนำตัวชายชุดดำพวกนั้นกลับไปสอบปากคำ ก่อนที่เขาจะออกเดินทางจึงได้มาบอกกล่าวกับปรมาจารย์ เวลานั้นเขากำลังวิ่งมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ตอนที่เขายังอยู่ไกลๆ รอยยิ้มนั้นก็ยังคงอยู่ แต่พอเขามาอยู่ตรงหน้าเซี่ยเฉียวแล้ว สีหน้าของเขาก็ราวกับจะกินคนอย่างไรอย่างนั้น…
เซี่ยเฉียวรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
ทันใดนั้นนางก้นึกถึงใบหน้าของตนเองขึ้นมาจึงได้ปิดบังใบหน้าไว้แล้วรีบหมุนตัวขึ้นรถม้า
จากนั้นขณะที่