รทั้งนั้น” จ้าวเสวียนจิ่งจัดแจงเรียบร้อย
พอทุกคนนึกถึงความสามารถของซังโหยวแล้วก็ไม่รู้สึกติดใจสงสัยแต่อย่างใด
ซังโหยวยังคงอยู่ในความฝันของตนเอง
ขณะที่เขากำลังฝันก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างรุนแรง พอลืมตาขึ้นเขาก็เห็นแววตาทรงพลังคู่นั้นของเซี่ยผิงกั่งทันที
“ตื่นๆๆ” เซี่ยผิงกั่งเก็บไม้เก็บมือ “ข้าบอกแล้วว่าเขาไม่เป็นไร น่าจะแค่นอนหลับสบายเกินไปมากกว่า”
เวลานี้พระอาทิตย์ก็ลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว
เดิมทีเซี่ยผิงกั่งก็อยากจะรอให้ซังโหยวตื่นขึ้นมาเอง แต่เขาก็กังวลว่าคนๆ นี้จะนอนจนถึงพรุ่งนี้เช้า เขาจึงได้เริ่มหยิกไปตามเนื้อตัวของซังโหยว แต่เนื่องจากเขามีแรงมาก เนื้อตัวของซังโหยวจึงเริ่มแดงปวดแสบปวดร้อนขึ้นมา มันเจ็บเอาการ
ซังโหยวนึกเรื่องพิณของเขาขึ้นมาได้ทันที
และไม่อยากเห็นหน้าเซี่ยผิงกั่งอีกแล้ว
คนผู้นี้เป็นทั้งผู้มีพระคุณของเขาและยังเป็นศัตรูคู่แค้นตัวฉกาจของเขาด้วย!
พิณที่น่าสงสารของเขาโปรดอภัยที่เขาไร้ความสามารถ ไม่สามารถที่จะแก้แค้นเขามันได้แล้ว!
“ตื่นแล้วก็ดี เจ้าเด็กตระกูลเมิ่งนั่นรอเจ้านานแล้ว” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยเสริมขึ้นมา
เขามึนงงเล็กน้อย แล้วเจียงจิ้นลู่ก็รีบเล่าสถานการณ์ให้ซังโหยวฟังอย่างละเอียด ซังโหยวได้ยินแล้วรู้สึกว่า…
ตนเองดูเหมือนจะไม่ได้น่าอนาถขนาดนั้น หากเทียบกันแล้วเมิ่งจี๋ฟังยังดูจะซวยมากกว่าเขาเสียอีก
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เชิญเมิ่งจี๋ฟังมาทางนี้และจัดการแต่งหนาแต่