อยู่วันหนึ่งที่นางทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงได้กลืนกินวิญญาณพวกนั้นไปเสียทั้งหมด
“เจ้ามาติดตามคุณชายท่านนี้เพราะอะไรกันแน่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามอีก
นางรู้สึกว่าวิญญาณเงานี้มีพลังมากกว่าวิญญาณปกติทั่วไป นางถึงขนาดทำให้คนเห็นเป็นเงาที่น่ากลัวของนางได้ก็น่าที่จะมีความสามารถไม่น้อย
ศีรษะนั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย จู่ๆ นางก็ยิ้มแปลกๆ ออกมา
และไม่พูดอะไรอีก
เพราะวิญญาณครึ่งหนึ่งของนางยังคงซ่อนอยู่ในเงา เซี่ยเฉียวจึงทำอะไรนางไม่ได้เลยจริงๆ
เซี่ยเฉียวถอนหายใจก่อนจะดับธูปแล้วมองไปที่เมิ่งจี๋ฟังอย่างจนปัญญา “ตอนอยู่ที่หมู่บ้านนั้นเจ้าทำอะไรกันแน่ วิญญาณเงาโดยทั่วไปแล้วไม่ได้ใจกล้าอะไรมาก ถ้าหากคนเป็นรู้ตัวแล้วก็มักจะจากไปเอง แต่วิญญาณที่อยู่กับเจ้านี้กลับแตกต่างออกไป ข้าว่าดูเหมือนนางจะไม่พอใจเจ้ามาก เจ้าเคยล่วงเกินอะไรนางหรือไม่”
“ไม่เคย!” เมิ่งจี๋ฟังยังรู้สึกอยากจะร้องไห้อยู่เลย “คืนนั้นข้า…”
เขายืนขึ้นพยายามสะกดข่มอารมณ์ก่อนจะมองซ้ายมองขวา ในที่สุดเขาก็กลั้นโทสะไว้ได้ แล้วเอ่ยเสียงเบา “คืนนั้นข้ากลัวมาก หลังจากที่ข้าฝังหนูตัวนั้นแล้ว ข้าก็อยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหนอีก ข้านั่งอยู่บนพื้นจนผ่านคืนนั้นไป พอเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นข้าก็รีบออกไปทันที!”
“อีกอย่าง ในหมู่บ้านที่ทรุดโทรมแบบนั้นจะมีอะไรให้ข้าถูกใจได้หรือ มีแต่ไม้ที่ผุๆ พังๆ ในบ้านก็เต็มไปด้วยฝุ่น มี แมงมุม หนูตัวใหญ่ๆ นอกบ้านก็มีแค่วัชพืช ก้อนหิน กับบ่อน้