“บางทีมันอาจจะเรียกว่าขมขื่นกระมัง…”
ทั้งชีวิตของนางอาจเคยลิ้มลองรสชาติแบบนี้มาเท่านั้น เมื่อสัมผัสมันนานเข้าก็แยกไม่ออกเสียแล้วว่ามันคือรสชาติแบบไหนกันแน่
“ตามติดคนผู้นี้ไปนานๆ มันไม่เป็นผลดีกับชาติหน้าของเจ้า” เซี่ยเฉียวมองนางและไม่พูดอะไรมากอีก แต่น้ำเสียงของนางอ่อนโยน เนิบช้า และน่าฟัง
เมิ่งจี๋ฟังได้ยินแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองนางด้วยความประหลาดใจ
เขารู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยในเวลานี้
นักพรตปีศาจผู้นี้ก็มีน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนเช่นนี้ด้วย
“ข้าไม่ขอเกิดใหม่ ข้าแค่อยากพักสักหน่อยเท่านั้น” เงานั้นเอ่ย
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็อดรู้สึกเหนื่อยล้าไม่ได้ “บอกข้ามาเถอะว่าตอนที่เจ้ามีชีวิตอยู่เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ระบายออกมาหน่อยก็เป็นเรื่องที่ดี อีกอย่างข้ายังสามารถทำความปรารถนาของเจ้าให้สำเร็จได้ ขอแค่ไม่เป็นการทำร้ายคนก็สามารถทำให้ได้ทั้งนั้น ข้าจะพยายามทำให้สำเร็จ”
บางทีอาจเป็นเพราะวิญญาณเงานี้ล่องลอยมานานเกินไปแล้ว
หรือไม่บางทีตอนที่นางมีชีวิตอยู่ก็ไม่มีใครฟังนางเลย เวลานี้เมื่อนางได้ยินคำขอของเซี่ยเฉียว นางจึงพยักหน้าอย่างจริงจังโดยไม่ต่อต้าน
นางประคองศีรษะไว้แล้วนั่งลง
ร่างกายของนางผ่ายผอมมาก เมื่อเทียบกับนางแล้ว ใบหน้าของเมิ่งจี๋ฟังที่อยู่ข้างๆ กลับดูสะอาดและมีชีวิตชีวาอย่างมากขึ้นมาทันที
“คนอื่นต่างก็เรียกข้าว่าเอ้อเหนียง ข้าไม่มีชื่อ…” ปากที่อยู่บนศีรษะนางเอ่ยขึ้นช้าๆ โดยไม่ได้ติดต่อ