องหนังสือของเขา
เสด็จพ่อของรัชทายาทเป็นบิดาอย่างแท้จริง พระองค์คงคาดหวังว่าจะให้บุตรชายของตนเองขึ้นครองราชย์โดยเร็ว
ด้วยความรักความโปรดปรานที่ฮ่องเต้ทรงมีให้แก่รัชทายาทในระดับนี้ เซี่ยเฉียวยังสงสัยว่าตำแหน่งพระชายารัชทายาทของนางก็คงจะเป็นอยู่ไม่ได้นาน ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งฮ่องเต้อาจจะสละราชสมบัติให้อย่างปัจจุบันทันด่วนก็ได้!
บางที…นางน่าจะหาเวลาสังเกตปรากฏการณ์ดวงดาวบนท้องฟ้าบ้าง
พอรัชทายาทยุ่งอย่างนี้ เซี่ยเฉียวที่เฝ้าอยู่แต่ในจวนก็เบื่อหน่าย นางจึงเริ่มที่จะไปหอส่องชะตาบ้าง
ที่หอส่องชะตามีลูกค้าคนหนึ่ง
เขาคือเมิ่งจี๋ฟัง
เซี่ยเฉียวเปลี่ยนโฉมเป็นโม่ชูเซิงออกไปพบเขา นางเห็นว่าเขามาด้วยใต้ตาดำคล้ำ ซึ่งน่าจะเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เขาดูไร้ชีวิตชีวาและออกมาเพียงคนเดียวไม่มีเพื่อนฝูงคอยติดตามห้อมล้อมเหมือนอย่างเคย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ
เมิ่งจี๋ฟังเห็นโม่ชูเซิงแล้วก็มีท่าทีอึดอัดใจเล็กน้อย
โม่ชูเซิงเป็นศิษย์พี่ของรัชทายาท หากจะให้พูดก็คือเป็นคนละฝ่ายกับเขา จะเรียกว่าเป็นศัตรูก็ว่าได้
แต่เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาเมื่อเร็วๆ นี้ เมิ่งจี๋ฟังยังคงกัดฟันและเอ่ยถามว่า “ข้าได้ยินมาว่าท่านสามารถจับวิญญาณได้ ครั้งหนึ่งราคาเท่าไร”
“เจ้าพบเจอเรื่องอะไรเข้าแล้วหรือ” เซี่ยเฉียวถามย้ำ
เมิ่งจี๋ฟังพยักหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ “ก็แค่มีอะไรแปลกๆ นิดหน่อย ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอก ข้าแค่จะแวะ