มาดูว่าปรมาจารย์ที่เขาล่ำลือกันจะแม่นหรือไม่เท่านั้น”
เขาไม่ชอบโม่ชูเซิง นางเป็นนักพรตปีศาจที่ล่อลวงรัชทายาท ป้าแก่ๆ เช่นนั้นเทียบอะไรกับเซี่ยเฉียวไม่ได้หรอก
รัชทายาทนั่นแหละที่ตาบอด เขายังจะดูแลใส่ใจคนแบบนี้อีก
คนอื่นต่างก็บอกว่ารัชทายาทให้ความเคารพศิษย์พี่ของเขา แต่เขากลับคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดี รัชทายาทยังมีศิษย์พี่อีกนี่ แต่กับเซียวอวี้หรงก็เห็นเขายังทำตัวปกติ ไม่ได้เย็นชาและก็ไม่ได้กระตือรือร้นอะไร!
ทำไมพอเป็นศิษย์พี่ใหญ่ เขาจึงได้ทำตัวแตกต่างอย่างนี้
กระทั่งเขายังเคยเห็นท่าทีที่รัชทายาทมีต่ออาจารย์หลีว่าเป็นแค่การให้ความเคารพมากเท่านั้น แต่ไม่ได้ให้ความสนินทสนมแต่อย่างใด!
เดิมทีเขาคิดที่จะไปที่วัดอวี้ซวีนอกเมืองต่างหาก แต่ก็นึกอยากลองดูเสียหน่อยว่านักพรตปีศาจคนนี้มีความสามารถอะไรกันแน่ เขาจึงเปลี่ยนความคิดแล้วมาที่นี่แทน
“สถานการณ์ของเจ้า…” เซี่ยเฉียวเหลือบมองเขาก่อนจะเอ่ย “หนึ่งร้อยตำลึงสำหรับคำทำนาย ห้าร้อยตำลึงสำหรับการแก้ไขเคราะห์ภัย ถ้าหากมีเรื่องอื่นก็เพิ่มอีก”
“โลภอยู่นะ” เมิ่งจี๋ฟังยิ้มเสียดสีนาง
อ้าปากมาก็ขอร้อยตำลึงแล้ว นางรู้หรือไม่ว่าสำหรับชาวบ้านธรรมดา เงินแค่สามตำลึงห้าตำลึงก็อยู่ไปได้เป็นปีแล้ว?
“เจ้าจะจ่ายเงินจำนวนนี้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง แต่ข้าแนะนำว่าอย่างกจะดีกว่า” เซี่ยเฉียวเอ่ยเมื่อเห็นว่าเขาเต็มไปด้วยพลังแห่งความโชคร้าย
เมิ่งจี้ฟังหยิบตั๋วเงินหนึ