ฝิงหยิงหยิงเข้าไปที่เรือนหลังอย่างรวดเร็ว
อวี้เซียนเองก็บังเอิญกลับบ้านตระกูลเซี่ยในวันนี้พอดี
“ตระกูลโจวปล่อยตัวเจ้ามาง่ายๆ ได้อย่างไรนี่” เซี่ยเฉียวให้คนเตรียมขนมของว่างมาให้ พวกนางก็คุยไปพลางกินไปพลาง
พอพูดถึงตระกูลโจวขึ้นมาอวี๋เซียนก็หัวเราะทันที “จะไม่ปล่อยได้อย่างไร พอลูกพี่ลูกน้องของข้ารู้เรื่องที่ข้ารู้จักกับ…รู้จักกับปรมาจารย์โม่แล้ว นางก็รีบเคารพนบนอบกับข้าแทบไม่ทัน แล้วนางจะกล้าล่วงเกินข้าได้อย่างไร ตระกูลโจวยังส่งจดหมายหย่าไปที่ตงอันให้ข้าด้วย ข้าเดาว่า จดหมายนั้นต้องเขียนอธิบายข้อดีข้อเสียไปอย่างชัดเจนแล้ว ต่อไปข้าก็ไม่ต้องกังวลจะถูกส่งตัวกลับไปอีก”
ตอนที่ปรมาจารย์โม่เป็นลม นางเห็นว่าใบหน้าของปรมาจารย์โม่มีบางอย่างผิดปกติ
พอนางเดาไปเดามาก็คิดว่าปรมาจารย์กับเซี่ยเฉียวคงเป็นคนคนเดียวกัน
แต่มันก็เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น
ในช่วงก่อนและหลังวันแต่งงานของเซี่ยเฉียว อวี๋เซียนได้ไปที่หอส่งชะตามาสองสามครั้ง และผู้ดูแลที่นั่นก็บอกว่าปรมาจารย์ออกไปข้างนอกจะไม่กลับมาอีกหลายวัน
นางจึงยิ่งมั่นใจขึ้นไปอีก
ตอนนี้พอนางมองดูเซี่ยเฉียวแล้วนึกไปถึงปรมาจารย์โม่ ในใจนางก็ยิ่งรู้สึกเลื่อมใสยิ่งนัก
พวกนางเป็นหญิงสาวที่อายุยังน้อยเหมือนกันแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้แตกต่างกันมากขนาดนี้
เซี่ยเฉียวเกิดมาหน้าตาดีนั่นก็ช่างเถอะ แต่ความสามารถในการทำนายดวงชะตาของนางก็ยังยอดเยี่ยมขนาดนี้ แล้วนางยังเป็นศิษย์ขอ