นางกล้าต่อว่าเซี่ยเฉียวเพราะหรงอ๋องเป็นน้องชายแท้ๆ ของฮ่องเต้ และนางเองก็ยังถือได้ว่าเป็นผู้อาวุโสของรัชทายาทและพระชายาของเขาด้วย
การที่ผู้อาวุโสจะตำหนิอะไรสักเล็กน้อยย่อมไม่เป็นไรอยู่แล้ว
ถึงอย่างไรนางก็แค่ตำหนิชายารัชทายาทเท่านั้น ไม่ได้ตำหนิรัชทายาทเสียหน่อย
“พระชายาหรงอ๋องพูดถูกแล้ว ใครเล่าจะไม่มีอดีต บิดาของข้าเคยเดินทางผิดมาก่อน ดีที่เขากลับตัวกลับใจทัน ใช้ชีวิตเข้าแลกเพื่อไถ่บาป อดีตโจรผู้นั้นได้ตายในสนามรบไปแล้ว บัดนี้ท่านกลายเป็นคนใหม่ คือแม่ทัพชานเจี้ยง ใต้เท้าเซี่ย” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยท่าทีเห็นด้วยและเชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
พระชายาหรงอ๋องมองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง
แม่นางน้อยผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
คำพูดคำจาฉลาดคมคายไม่เบา แถมยังมีรูปร่างหน้าตาที่มีเสน่ห์ รัชทายาทแต่งกับนางก็เหมาะสมแล้ว
เซี่ยเฉียวทำตัวเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางยังรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้เหมือนเดิม ไม่มีใครสามารถจับผิดท่าทางของนางได้ทั้งนั้น
เพียงแต่ตอนที่พระชายาหรงอ๋องกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรกับนางอีก เซี่ยเฉียวก็เอามือกุมหน้าอกนิ่วหน้า ท่าทางเหมือนคนมีอาการใจสั่นและอึดอัด
ฮองเฮาเห็นเช่นนั้นก็รีบเอ่ยถามทันที “เจ้าไม่สบายหรือ”
“เสด็จแม่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันค่อนข้างบอบบาง ทนโมโหไม่ค่อยได้ โชคดีที่พอแต่งกับรัชทายาทแล้วมีเสด็จพ่อกับเสด็จแม่คอยปกป้อง จึงไม่ค่อยมีคนไม่ดูตาม้าตาเรือมาทำให้