ฉียวนั้นช่างน่าดึงดูดใจจริงๆ
เดิมทีเขาอยากจะสารภาพความจริงกับนางสักหน่อย เพราะถึงอย่างไรการแต่งงานก็เสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้ว ต่อให้เขาจะบอกนางว่าเขารู้ตั้งนานแล้วว่านางคือโม่ชูเซิง นางก็หนีไปไหนไม่ได้แล้ว
แต่ตอนนี้ในสมองเขาว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
มันเหมือนดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นมาข้างนอกนั่น เลือดสูบฉีดพลุ่งพล่าน
เอวนุ่มๆ อยู่ในมือ แล้วเขาจะทนต่อไปได้อย่างไร
จ้าวเสวียนจิ่งกดนางลงไปทันที
ม่านแดงหล่นลง สองเงาอ้อยอิ่ง แลกลิ้มชิมรสหวาน ข้ามสายธารสีเงิน ในวังราชสีห์เริงร่า ในหอหงส์มังกรร่วมรัก สมัครสมานกลมเกลียว บุปผาแย้มกลีบบาน สองปทุมอยู่ร่วมก้าน สามีภรรยาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
ค่ำคืนผันผ่าน ไม่หนาวเลยสักนิด
หลังจากออกกำลังอย่างหนัก ร่างของเซี่ยเฉียวก็เหมือนจะแหลกสลายกระนั้น
ทั่วร่างของนางเต็มไปด้วยรอยช้ำสีเขียว และนางก็รู้สึกอายจึงซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม มีเพียงศีรษะของนางเท่านั้นที่โผล่ออกมา และคนที่แนบชิดอยู่ข้างๆ นางก็ดูเหมือนจะต้องการที่จะให้นางหลอมละลายเข้าไปในตัวเขากระนั้น
“ข้ามีเรื่องอะไรบางอย่าง…ไม่รู้ว่าควรพูดดีหรือไม่” เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าตนเองอาจจะเป็นคนที่ทำลายบรรยากาศเก่งที่สุดในโลก
เวลานี้เป็นช่วงเวลาแห่งความหอมหวาน นางก็ควรจะพูดอะไรดีๆ ที่น่าฟัง จะได้เกิดความอบอุ่น และสร้างความสุขระหว่างกันมากขึ้น
แต่เมื่อครู่นี้นางยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย ต้องโทษผู้ชายคนนี้ที่ใจร้อนเกินไป
จ้าวเส