นางได้แต่นั่งเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆ เท่านั้น
เซี่ยเฉียวยิ้มขื่นเล็กน้อย ทำหน้าตาน่าสงสาร
“คุณหนูใหญ่เหนื่อยแล้วหรือ” นางกำนัลอาวุโสที่มาช่วยแต่งตัวต่างก็พากันหวาดกลัวด้วยกังวลว่าแม่นางผู้นี้จะเหน็ดเหนื่อยจนเป็นลมเป็นแล้งไป “วันนี้พวกข้าพยายามทำให้แม่นางสบายขึ้นหน่อยแล้ว มงกุฎหงส์นี้เปลี่ยนมาหลายครั้งแล้ว รัชทายาททรงมาดูด้วยตัวเองและมักจะบอกว่ามันหนักเกินไป กลัวว่าท่านจะปวดคอ”
เซี่ยเฉียวเข้าใจ
คนธรรมดาแต่งงานต่างก็เหนื่อยแทบตาย คงไม่ต้องพูดถึงการแต่งงานของราชวงศ์แล้ว
เซี่ยเฉียวเหลือบมองมงกุฎหงส์ที่วางอยู่ข้างๆ เล็กน้อย มันช่างงดงามจริงๆ
มันดูเบากว่ามงกุฎหลากสีทั่วๆ ไป แต่งานฝีมือน่าจะยุ่งยากกว่า ปีกหงส์สีทองด้านบนบางเบามาก มันขยับไหวเบาๆ ราวกับว่ากำลังจะสยายปีกบินขึ้นสูง
เซี่ยเฉียวสูดลมหายใจพยายามเรียกพลังขึ้นมา
นี่เพิ่งเริ่มต้นเอง
หลังจากนั้นไม่นาน ฮูหยินที่มีวาสนาดีก็พากันเข้ามามากมาย ภายใต้การนำของเจ้าหน้าที่ทำพิธี พวกนางก็กล่าวคำมงคลก่อนออกเรือนให้แก่นาง
“หวีหนึ่งให้อยู่เย็นเป็นสุข รักใคร่กันไปนานๆ”
“หวีสองให้โชคดีมีมงคล ลูกสาวลูกชายเต็มบ้าน”
“หวีสามให้หมดห่วงไร้กังวล มีลูกหลานสืบสกุล อายุยืนยาว มั่งคั่งร่ำรวย”
……
ยินดีต้อนรับคู่สมรสใหม่
ข้างนอกดีดสีตีเป่ากันอย่างคึกคัก เสียงประทัดดังยาวนาน ผมยาวของเซี่ยเฉียวถูกมวยขึ้น มงกุฎหงส์ประดับลงบนศีรษะ ผ้าแดงถูกคลุมลงมาบดบังสายตา
เสียงแห่ง