การเฉลิมฉลองรอบๆ ก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ จนเซี่ยเฉียวได้ยินเสียงคนอื่นพูดคุยกันไม่ชัดแล้ว
นางไม่รู้ว่าตนเองรออยู่นานแค่ไหนกว่าจะมีคนมานำนางออกไป
คารวะบิดาและพี่ชาย แล้วขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว
โยกเยกส่ายโอนไปมา ครึกครื้นมีชีวิตชีวา นางได้ยินเสียงรอบข้างดังไปตลอดทาง หลังจากยุ่งวุ่นวายอยู่นานเซี่ยเฉียวก็ได้เห็นชายเสื้อของจ้าวเสวียนจิ่งชั่วขณะหนึ่ง นางก็ไม่รู้ว่าวันนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง
หัวใจของนางเต้นรัวเหมือนตีกลอง
ขณะที่นางกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็มีวิญญาณตนหนึ่งลอยเข้ามาข้างๆ เกี้ยวเจ้าสาว
“บรรพชนบอกว่าวันนี้เจ้าจะแต่งงานออกเรือนแล้ว ให้พวกเรามาส่งเจ้า พวกเราเป็นวิญญาณไม่มีอะไรจะให้เจ้าได้ แต่วันนี้จะพยายามกันไว้ให้วิญญาณเร่ร่อนพวกนั้นอยู่ห่างๆ เจ้าหน่อย จะได้ไม่เข้ามาชนเจ้า” วิญญาณที่พูดเป็นวิญญาณตระกูลไป๋หลี่
เขาแค่เข้ามาใกล้ผ้าม่านเพื่อบอกกล่าวเท่านั้น พอพูดจบเขาก็จากไปทันที
เสื้อผ้าที่เซี่ยเฉียวสวมใส่ในวันนี้นั้นงดงามตั้งแต่ภายในจรดภายนอก นางไม่ได้พกกระดาษยันต์ติดตัวไปด้วยมากมาย ข้างกายก็ไม่มีตะกร้าไม้ไผ่เหมือนเคย นางจึงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย พอนางได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจมากจริงๆ
วิญญาณตระกูลไป๋หลี่ที่ยังไม่ไปยังมีจำนวนไม่น้อย งานนี้จึงไม่เหลือบ่ากว่าแรงพวกเขา
ปกติแล้ว วิญญาณเร่ร่อนบนถนนเส้นนี้จะไม่สนใจว่าคนเป็นจะทำอะไรอยู่ และมักจะพุ่งชนสะเปะสะปะเป็นเรื่องธรรมดามาก
องครักษ์วิญญาณที