ายลามกพวกนั้นต่างหาก!”
เซี่ยเฉียวมองเขาอย่างจนใจและพูดความจริงแต่โดยดี “ก่อนหน้านี้ปรมาจารย์โม่ช่วยวิญญาณตำนวนหนึ่งเอาไว้ วิญญาณก็เลยให้หีบสมบัติกับนางเพื่อเป็นการตอบแทน แต่ช่วงนี้ปรมาจารย์ไม่มีเวลาว่างจึงให้ข้าไปเอามาแทน”
“หีบสมบัติ? เงินมากหรือ” เซี่ยผิงกั่งถาม
“มาก มากๆ แต่พี่ใหญ่ท่านกล้าเอาเงินของปรมาจารย์หรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยยิ้มๆ
นี่คือประโยชน์ของการมีตัวตนอื่น!
“ข้าเป็นพวกโลภอยากได้เงินของคนอื่นหรือ ข้าก็แค่สงสัยเท่านั้น” เซี่ยผิงกั่งทำหน้าหนา “ในเมื่อปรมาจารย์ใช้ให้เจ้าไปขนของให้ก็จะต้องมีส่วนแบ่งให้เจ้าด้วยสินะ? แล้วเจ้าก็ยังพาเซี่ยซีออกไปด้วย ดูท่าส่วนแบ่งที่เจ้าได้คงจะไม่น้อย น้องหญิง คนรู้เห็นย่อมต้องได้ส่วนแบ่งใช่ไหม ปีใหม่นี้อากาศหนาวออกอย่างนี้ พี่ชายใหญ่อย่างข้ายังไม่มีหนังดีๆ ไว้กันลมเลยนะ!”
“มีส่วนของพี่ใหญ่ด้วย แต่ไม่มาก” เซี่ยเฉียวเองก็รู้ว่าไม่ปิดปากเขาก็คงไม่ได้
ในเมื่อมีทองคำมากมายขนาดนั้น นางก็สามารถเอาออกมาแบ่งได้บางส่วนอยู่แล้ว
แน่นอนว่ายกเว้นเซี่ยผิงไหวเจ้าน้องโง่นั่น ใครใช้ให้เขาไม่ยอมไปช่วยออกแรงกันเล่า
เซี่ยผิงกั่งคิดว่าหีบสมบัติของปรมาจารย์น่าจะมีเงินอยู่ประมาณหนึ่งพันตำลึง
พวกหีบสมบัติที่สำนักคุ้มกันข้างนอกรับคุ้มกันกันอยู่ก็มีมากที่สุดประมาณเท่านี้แหละ
เงินที่แบ่งให้เซี่ยเฉียวก็คงจะไม่มาก ประมาณสองร้อยตำลึงก็ไม่เลวแล้ว
แล้วมาแบ่งให้เขาและเซี่ยซีอีก พ