พี่หญิงใหญ่มากกว่า ดังนั้นตอนนี้นางจึงยอมเชื่อฟังแต่โดยดี และจะไม่พูดเรื่องของพี่หญิงใหญ่กับใครแน่นอน
ย่ำค่ำทั้งสองก็กลับมาถึงเมืองหลวง
การที่พวกนางเดินเท้าเข้าเมืองโดยไม่นั่งรถม้าก็ออกจะแปลกเล็กน้อย
เนื่องจากนางสองคนแต่งตัวเหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่ ทหารยามที่เฝ้าอยู่ที่ประตูเมืองจึงไม่ได้ตรวจสอบอะไรมาก เพียงถามอะไรสองสามคำเท่านั้น
และหลังจากที่พวกนางเดินเข้าเมืองไปแล้วไม่นานนักก็มีใครคนหนึ่งมาขวางทางไว้
“แม่นางเซี่ย” เมิ่งจี๋ฟังเองก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะเจอว่าที่พระชายารัชทายาทที่ตรงนี้
เซี่ยเฉียวมีความจำดี นางนึกออกว่าเขาเป็นหลานชายของพระสนมเมิ่ง ตอนที่อยู่ที่สำนักศึกษาหลวงเขายังสร้างเรื่องไม่น้อย เป็นผู้ชายเสเพลคนหนึ่ง
“คุณชายเมิ่งมีเรื่องอะไรหรือ” เซี่ยเฉียวถามตรงๆ ใบหน้าของนางก็ไม่ได้แสดงอารมรณ์อะไรออกไป
เมิงจี้ฟังสะอึกไปทันที
จะมีเรื่องอะไร
เขาก็แค่ไม่เห็นหญิงสาวผู้นี้นานแล้ว ตอนนี้บังเอิญได้พบก็รู้สึกโหยหาจึงเข้ามาทักทายเท่านั้น เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะยิ้มแย้มให้เขาบ้าง แต่ไม่คิดว่าเซียวเฉียวจะเย็นชาและทำตัวเหมือนกับว่าเขาติดหนี้นางอย่างนั้น
“หากไม่มีเรื่องอะไรก็ไม่สามารถที่จะพูดคุยกับแม่นางเซี่ยได้หรือ” เมิ่งจี๋ฟังพูดพลางมองสำรวจเซี่ยเฉียว
ไม่พบกันนานเซี่ยเฉียวยิ่งดูดีขึ้นไปอีก
ต้องบอกว่าเซี่ยเฉียวเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยพบเห็นมาทั้งหมด
นอกจากนี้นางก็ยังเรีย