มาจารย์เกรงใจเกินไปแล้ว” วิญญาณน้ำพูดจบก็จากไป ก่อนที่เขาจะจากไปก็ยังฮัมเพลงเบาๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามีความสุขแค่ไหนที่ได้รับอิสระอีกครั้ง
วิญญาณน้ำชนิดนี้ถูกกักขังอยู่เป็นเวลานาน โดยทั่วไปแล้วความแค้นก็จะรุนแรงมากขึ้นหลังจากผ่านไปนานเข้า วิญญาณน้ำในตอนนี้ก็เหมือนกัน แต่หลังจากที่มีวิญญาณมาแทนตัวเขาแล้ว ไอแค้นของเขาก็จะโยกย้ายถ่ายเทไปที่วิญญาณตัวแทนคนต่อไปไม่มากก็น้อย
ถ้าหากฟู่ฮั่นเหวินในฐานะตัวตายตัวแทนอยากจากไปก็คงไม่ง่าย
นางเป็นนักพรตย่อมสามารถเก็บวิญญาณของฟู่ฮั่นเหวินไปได้ เพียงแต่สิ่งแลกเปลี่ยนก็จะต้องมากกว่าวิญญาณทั่วไปอยู่บ้าง
ตอนนี้ฟู่ฮั่นเหวินไม่โผล่หน้ามา เซี่ยเฉียวก็เลยหันหลังเดินกลับไป
เซี่ยเฉียวยืนอยู่ริมทะเลสาบนานขนาดนั้น ใบหน้าของนางจึงถูกลมหนาวพัดจนเย็นไปหมด เสื้อคลุมก็ห่อร่างนางแน่นเข้าไปอีก
จ้าวเสวียนจิ่งและเซี่ยผิงกั่งคุ้นเคยกับเรื่องอย่างนี้แล้ว พวกเขาเองก็รู้ว่านางมีสุขภาพไม่ดี เมื่อเห็นว่านางลำบากตรากตรำเช่นนี้ คนหนึ่งก็รู้สึกสงสาร ในขณะที่อีกคนก็รู้สึกเลื่อมใสในตัวนางมากยิ่งขึ้น
“ท่านปรมาจารย์ อากาศหนาวเย็นอย่างนี้ท่านยังต้องออกมาสังสรรค์ตามมารยาทอีก ดูท่าแล้วการเป็นนักพรตนี้ก็ไม่ค่อยดีเท่าไรเลยนะ!” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าชีวิตของนางไม่ง่ายเลย!
ดูปรมาจารย์คนนี้สิ นางแค่กราบอาจารย์ที่สามารถอ่านหนังสือได้เท่านั้นก็ต้องติดตามอาจารย์มาด้วย และก็ต้องมีความสามารถบาง