คิดจะวาดภาพทิวทัศน์ ดังนั้นจึงหมกมุ่นอยู่แต่กับทิวทัศน์และละเลยผู้คนไปด้วยกลัวว่าจะเป็นการแย่งความโดดเด่น แต่กลับนึกไม่ถึงว่าภาพวาดของปรมาจารย์โม่ภาพนี้ จะทำให้คนกับทิวทัศน์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและส่งเสริมกันโดยจะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ ข้าน้อยนับถือจริงๆ”
“ภาพวาดนี้…มีบทกวีภายในอยู่แล้ว หากกล่าวถึงบทกวีอีกก็จะทำให้ขาดความงดงามไปอย่างเห็นได้ชัด เป็นเช่นนี้ดีแล้ว…”
“สมแล้วที่เป็นศิษย์คนโตของอาจารย์หลี ข้าน้อยเชื่อแล้ว…”
“ข้าก็ด้วย การเปรียบเทียบแข่งขันอย่างนี้ทำให้ข้ารู้สึกละอายแล้ว…”
“…”
เซี่ยเฉียวนวดข้อมือของตนเองด้วยท่าทางถ่อมตัว
หากไม่ใช่เพราะอาจารย์ป้าเป็นผู้หญิง เซี่ยผิงไหวก็คงจะนวดมือให้นางไปแล้ว
“ท่านเก่งจริงๆ…พวกเราก็ใช้พู่กันเหมือนกัน ทำไมสิ่งที่พวกเราวาดออกมาถึงมีความแตกต่างกันมากขนาดนี้” เซี่ยผิงไหวอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ หรือว่าเขาเกิดมาเพื่อให้ครบจำนวนเท่านั้น?
เขาไม่สามารถแยกแยะว่าอะไรดีไม่ดีในภาพวาดเหล่านี้บางภาพได้ โดยเฉพาะภาพทิวทัศน์ซึ่งโดยทั่วไปจะเหมือนกันไปหมด มีภูเขา แม่น้ำ และต้นไม้ ไม่มีอะไรพิเศษ
แต่ภาพวาดของปรมาจารย์โม่นั้นต่างออกไป หลังจากเขามองแวบแรกแล้วก็อยากจะมองมันอีก สำหรับเขาแล้วนั่นแปลว่าดี
“แม้ว่าศิษย์ของข้าคนนี้…จะโง่ไปหน่อย แต่เขาก็มีข้อดีจริงๆ” เซี่ยวอวี้หรงเห็นท่าทีของเซี่ยผิงไหวแล้วก็ค่อนข้างพอใจ “เขารู้จักตัวเองดี รู้จักรุกและถอยโดยไม่วู่ว