าม ใจนักเลงไม่เลว”
“รู้จักรุกและถอย ไม่เสแสร้งจอมปลอม ก็เป็นหนึ่งในข้อดีของเขา” ซังโหยวพยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
เจียงจิ้นลู่เองก็ต้องยอมรับว่า เซี่ยผิงไหวใช่ว่าจะไม่มีข้อดีเลย
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องที่คนอื่นให้เขาท่องกลอนเมื่อครู่นี้
เขาทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็บอกไม่ได้ มีแต่เขาที่สามารถทำลายเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหน้าตาของตัวเองได้ และเขาไม่สนใจความคิดของผู้อื่น เรื่องนี้สามารถพูดได้ว่าเขาหน้าหนา แต่ก็พูดได้ว่าเขาไม่สนใจเรื่องเล็กๆ ให้ตนเองไม่สบายใจ
นอกจากนี้หลังจากที่เซี่ยผิงไหวรู้แล้วว่าผู้อาวุโสอย่างศิษย์พี่ใหญ่มีความสามารถ เขาก็ชมออกมาอย่างไม่ลังเลและมองนางอย่างนับถือชื่นชม ซึ่งก็นับว่าเขามีใจรักที่จะก้าวหน้า
ดีกว่าคนหน้าซื่อใจคดพวกนั้น
เด็กคนนี้มีปัญหาเล็กน้อยก็จริง แต่การมีใจที่แน่วแน่และบริสุทธิ์ก็สำคัญเช่นกัน
แน่นอนว่าพวกเขาทั้งหมดอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ในเมื่ออาจารย์ขอให้พวกเขามองหาข้อดีของเซี่ยผิงไหว ดังนั้น…พวกเขาจึงได้แต่ต้องตัดสินจากอีกมุมหนึ่ง…ไม่มีทางเลือกโดยสิ้นเชิง!
“ภาพวาดนี้…” หลังจากการวิจารณ์ตัดสินจบลงแล้ว ภาพวาดก็ถูกนำกลับมา จ้าวเสวียนจิ่งเหลือบไปมองที่ภาพนั้น แล้วเขาก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
ใจของเซี่ยเฉียวเต้นกระตุก
จ้าวเสวียนจิ่งปิดปากทันเวลาและนิ่งเงียบไปทันที
แต่เซียวอวี้หรงกลับมองแล้วมองอีก ทันใดนั้นเขาก็เอ่ยขึ้น “ศิษย์พี่ใหญ่…ท่านเคยพบปรมาจารย์อวิ๋นเวยหรือไม