างหาก…”
“ไม่สิ…ข้าจำได้ว่า…ปรมาจารย์อวิ๋นเวยผู้นั้น…ไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงเรื่องวาดภาพเท่านั้น เขายังมีฝีมือการแกะสลักที่ยอดเยี่ยมด้วย ข้ายังเคยซื้อปิ่นปักผมลายเมฆของเขา…ตอนที่ข้าซื้อมาก็ได้ยินว่า มันเป็นปิ่นที่ปรมาจารย์อวิ๋นเวยออกแบบและแกะสลักเองกับมือ…” จู่ๆ ซังโหยวก็ได้สติ
จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะออกมาทันที อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น ก็ถือว่ารู้ตัวค่อนข้างเร็ว
ปรมาจารย์อวิ๋นเวย…
“จริงด้วย! ข้าเกือบจะลืมไปแล้ว! สองปีก่อนในร้านหยกร้านเครื่องเงินพวกนั้น ขอแค่บอกว่าเครื่องประดับนั้นเป็นลวดลายที่วาดโดยปรมาจารย์อวิ๋นเวย ราคาก็จะต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!”
“ที่อาจารย์เองก็มีฉากกันลมฝังหยกสะสมไว้ด้วยบานหนึ่ง ลวดลายนั้นซับซ้อนนัก…”
พวกเขาศิษย์พี่ศิษย์น้องต่างก็พากันมองไปที่หลีซื่อเหยี่ยน
หลี่ซื่อเหยี่ยนดูภาคภูมิใจ “ถูกต้อง มันเป็นลวดลายที่ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้าวาดขึ้น น่าเสียดายที่สุขภาพร่างกายของนางไม่ค่อยดี จึงมักจะแกะสลักของชิ้นเล็กๆ เท่านั้น ร่างกายของนางจึงทนแกะสลักฉากกันลมบานใหญ่ขนาดนั้นไม่ไหว”
ชั่วขณะนั้นเซียวอวี้หรงก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองจับอะไรบางอย่างได้แล้ว…
แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เข้าใจ ในสมองของเขาว่างเปล่า และรู้สึกอยู่เสมอว่าเขากำลังมองข้ามอะไรเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างไป