์อาล้วนแต่นั่งอยู่ในศาลาที่มีฉากกั้นกันลมโดยรอบ แต่ตอนนี้เขา…กลับอยู่ข้างนอก!
นอกจากเขาที่อยู่ข้างนอกแล้วยังมีบัณฑิตทยอยกันเข้ามาทีละคน แต่ละคนทำราวกับบังเอิญเดินผ่านไปมา แล้วก็ท่องบทกลอนบทกวีอะไรก็ไม่รู้ออกมาเป็นบางครั้ง
เดิมทีอากาศก็หนาวอยู่แล้ว พอเขาได้ยินเสียงพวกนี้แล้วก็ยิ่งหนาวสั่นขึ้นไปอีก
เมื่อฉู่เจี้ยนเห็นว่าวันนี้เขาใส่เสื้อผ้ามาน้อยชิ้นจริงๆ เขาก็ถอนหายใจ “เป็นเพราะเจ้าไม่เข้าใจมารยาทพวกนี้ อาจารย์ปู่ของพวกเราไม่ได้อยากจะให้เจ้ามาทนหนาวอย่างนี้หรอก วันนี้อากาศยังไม่ค่อยเท่าไรนัก หากหิมะตก ที่นี่จึงจะสวยมาก พอถึงตอนนั้น ต่อให้เจ้าอยากจะเข้าไปข้างในสวนแปดทิศก็คงจะไม่ง่ายแล้ว หากเจ้าทนไม่ไหวจริงๆ ก็ให้เด็กรับใช้ไปซื้อเสื้อผ้ามาหรือไม่เจ้าก็ไปดื่มสุราสักจอกเพื่ออบอุ่นร่างกาย แต่ตอนนี้สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือร่างบทความหรือบทกวีออกมาตามทิวทัศน์ที่เห็นอยู่นี้…”
เซี่ยผิงไหวปวดหัวจริงๆ แล้ว
อากาศเลวร้ายอย่างนี้แล้วยังจะให้เขาเขียนบทความอีก
ลำบากลำบนจริงๆ!
เวลานี้พวกเขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม นอกศาลามีที่ว่างมากมาย แต่ผ่านไปเพียงไม่นานก็มีคนมายืนเต็มหมดแล้ว คนที่มาถึงช้าหน่อยก็เพียงแต่ยืนดูอยู่ไกลๆ ไม่กล้าส่งเสียงดังรบกวน
เซี่ยเฉียวนั่งอยู่สักพัก สายตาของนางก็สอดส่ายมองไปรอบๆ
มันเป็นความเคยชินของนางที่จะมองไปรอบๆ ว่ามีวิญญาณอยู่หรือไม่
แล้วก็มีจริงๆ และเป็นวิญญาณที่อยู่ในน้ำ
มันอยู่ในท