ารย์กันได้แล้วทั้งนั้น ก็ควรที่จะเรียนรู้การดูนิสัยใจคอและความเป็นเลิศของเด็กรุ่นหลังด้วย”
“อาจารย์หมายความว่าจะให้พวกเรา…หาข้อดีของศิษย์หลานทั้งสอง?” เจียงจิ้นลู่ตกใจแล้ว
“ถูกต้อง” หลีซื่อเหยี่ยนรู้สึกว่าการที่ศิษย์ของเขาพูดเรื่องดีๆ หน่อย ตนเองฟังแล้วบางทีก็จะได้รู้สึกว่าเด็กทั้งสองคนนี้ก็มีข้อดี จะได้สบายใจหน่อย
“นี่มันยากไปหรือเปล่า…” เจียงจิ้นลู่สับสนจริงๆ
ฉู่เจี้ยนผู้นั้นยังพอว่า เขาดูเป็นผู้เป็นคนหน่อย แม้ว่าวิธีการที่เขาเข้าสำนักมาจะไม่ถูกต้อง แต่ตัวเขาเองก็นับว่าใช้ได้ แต่เซี่ยผิงไหว…
“ตอนนี้ศิษย์น้องเองก็ยังอยู่ในระหว่างการทดสอบ คนพิการยังคิดจะหัวเราะเยาะคนแคระอีกหรือ” เซี่ยเฉียวกลอกตาใส่เขา
“…” เจียงจิ้นลู่ได้ยินเช่นนั้นก็ก้มหน้าด้วยความน้อยใจ “ขอรับ”
“เจ้าอย่าได้คิดว่าข้ารังแกเจ้า แต่มันเป็นเพราะศิษย์น้องเจียงใจแคบไป” เซี่ยเฉียวยังคงพูดอะไรไร้สาระได้อย่างหน้าตาเฉย “เจ้าดูเซี่ยผิงไหวนี่สิ เดิมทีเขาก็เป็นหนุ่มน้อยที่ดีที่มุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง บิดาและพี่ชายของของเขามีคุณธรรม ทั้งที่พวกเขาเกิดมาเป็นโจร แต่ตอนนี้ก็รู้จักที่จะเรียนหนังสือรักความก้าวหน้าแล้ว นี่ยังไม่ใช่ว่าหายากกว่าศิษย์ทั่วไปอีกหรือ”
เจียงจิ้นลู่ไม่อยากยอมรับจุดนี้จริงๆ
เขาได้ยินมาว่าเซี่ยผิงไหวเข้าไปหอนางโลมใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย
แล้วยังได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เซี่ยผิงไหวเคยใช้สถานะโจรมาข่มขู่เด็กน้อยที่อาย