ากเชื่อสายตา “หรือว่าเจ้าไม่รู้ว่า พอโจรคนอื่นๆ ได้ยินชื่อตระกูลเซี่ยของข้าแล้วก็จะต้องตกใจจนขวัญบิน?”
เขามันเป็นบรรพบุรุษของพวกโจรทั้งหลาย!
“ข้าก็แค่สมมุติ!” โจวเว่ยจงพยายามทำตัวให้เหมือนคนมีมารยาท
เขาจะไม่ถือสาหาความผู้ชายที่หยาบคายไม่มีการศึกษาเช่นนี้
“บ่นอะไรงึมงำอย่างกับพวกผู้หญิง” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงเยาะ “พวกนางทั้งสองต่างก็ถูกจับ…อย่างนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้าจะต้องช่วยน้องสาวของข้าแน่นอนอยู่แล้วสิ?”
“ทำไม! น้องสาวของข้าไม่สำคัญขนาดนั้นเลยหรือ!” โจวเว่ยจงโมโหแล้ว
เซี่ยผิงกั่งมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ และรังเกียจ “น้องสาวของข้าไม่มีแรงแม้แต่จะฆ่าไก่ จะวิ่งก็ไม่ไหว จะหนีก็ไม่ได้ นางหน้าตาราวกับเทพเซียนอย่างนั้น หากตกอยู่ในเงื้อมือของพวกโจรแล้วจะรอดหรือ หากข้าช่วยได้ก็ต้องช่วยนางก่อนอยู่แล้วนี่? อาจารย์อวี๋ดุดันและมีแรงมาก ความสามารถของนางก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าข้า นางจะต้องช่วยตัวเองได้แน่! นางไม่ใช่พวกไม่เอาไหนเสียหน่อย!”
“อีกอย่าง หรือเจ้าลืมไปแล้วว่าต่อไปน้องสาวของข้าจะต้องแต่งเข้าวัง หากข้าไม่สนใจช่วยนางก่อน แต่ไปช่วยอาจารย์ อาจารย์รอดมาได้ก็ต้องตายอยู่ดี”
โจงเว่ยจงได้ยินเช่นนั้นก็โล่งใจ
ใช่ เขาเกือบจะลืมไปแล้วว่าเซี่ยเฉียวเป็นว่าที่พระชายารัชทายาท ในฐานะขุนนางจะต้องเสียสละตัวเองอยู่แล้ว…
“เช่นนั้นแล้วต่อไปเจ้าก็ต้องดีกับน้องสาวของข้าหน่อย” น่าเสียดายจริงๆ ที่น้องสาวของเขาต้องม