ู่หมั้นแล้ว และประการที่สองคือ หากฝ่าบาทไม่เอาใจใส่แม่นางเซี่ย แต่ต่อไปเขาอาจจะเห็นแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนอ่อนแอขนาดนั้น ก็อาจจะนึกถึงปรมาจารย์ขึ้นมา และอาจจะผ่อนปรนกับนางบ้างก็ได้
โจวเว่ยจงเองก็ไม่รู้ว่าตนเองคิดมากเกินไปหรือไม่
เขาแอบมองเซี่ยผิงกั่งอยู่ตลอดเวลา
คิดว่าเซี่ยผิงกั่งผู้นี้…
อยู่ข้างกายรัชทายาทมานานขนาดนี้แต่กลับไม่เคยทำอะไรที่เป็นการล่วงเกินล้ำเส้นรัชทายาทเลย เขาทำอะไรเรียบร้อยจนไม่มีใครสามารถหาจุดผิดได้…
ที่แท้แล้ว…คือความบังเอิญหรือเป็นความฉลาดโดยกำเนิด
โจวเว่ยจงแอบมองอยู่พักใหญ่ แล้วเขาก็พบว่าสายตาของลูกพี่ลูกน้องของตนเองก็ไม่ได้อยู่นิ่ง
นางเองก็จ้องมองเซี่ยผิงกั่งอยู่เหมือนกัน!
ใจเขาจึงเต้นกระตุกเล็กน้อย
เขาเข้าใกล้นางอย่างเนียนๆ “น้องหญิง หากเจ้าไม่มีเรื่องอะไรก็กลับไปก่อนเถอะ…อีกอย่างวันนี้เจ้าออกมาข้างนอกกับน้องหญิงคนอื่นไม่ใช่หรือ พวกนางรอเจ้าอยู่ที่ร้านไหนหรือเปล่า”
อวี๋เซียนชะงักไปครู่หนึ่ง “อือ? อา ข้าไม่มีเรื่องอะไรก็เลยจะอยู่ที่นี่น่ะ! ข้าเพิ่งจะต่อปากต่อคำกับน้องหญิงมายกหนึ่ง และก็ไม่อยากเห็นหน้าพวกนางด้วย พี่ชาย วันนี้ให้ข้ากลับไปอยู่ที่บ้านตระกูลเซี่ยเถอะ?”
“…” หัวใจโจวเว่ยจงเย็นเยียบ
เซี่ยผิงกั่ง! เจ้าให้น้องหญิงของข้ากินน้ำแกงหลงใหลอะไรกันแน่!