มไว้ได้แล้ว…
เป็นเรื่องที่หาดูได้ยากจริงๆ
เซี่ยผิงกั่งไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ หลังจากนั้นไม่นานท่านหมอก็มา
เซี่ยผิงกั่งอาศัยจังหวะที่ท่านหมอกำลังจับชีพจรให้ปรมาจารย์เข้าไปหารัชทายาท และเอ่ยขึ้นด้วยความเคารพนบนอบ “เฮ้อ ถึงอย่างไรปรมาจารย์ก็เป็นผู้หญิง แถมสุขภาพร่างกายก็ยังไม่ดีด้วย ยอมถอยให้นางหน่อยก็สมควรแล้ว น้องสาวของกระหม่อมก็เป็นอย่างนี้ โกรธแต่ก็ทำอะไรนางไม่ได้ แต่หากต่อไปฝ่าบาทโกรธขึ้นมาก็อย่าได้เก็บกดเอาไว้เลย หากน้องสาวของกระหม่อมทำให้ท่านโกรธอย่างนี้ ท่านก็อย่าได้ดุด่าลงไม้ลงมือกับนางเลย ข้าน้อยผิวหยาบและเนื้อหนา ฝ่าบาทก็มาลงกับกระหม่อมก็แล้วกัน…กระหม่อมไม่ถือสา…”
อวี๋เซียนและโจวเว่ยจงต่างก็ได้ยินที่เขาพูด
พวกเขาต่างก็รู้สึกว่าเซี่ยผิงกั่งช่างเป็นวีรบุรุษผู้เสียสละนัก
รัชทายาทกริ้วอยู่แล้ว แต่หมีโง่ตัวนี้ดันมาพูดกับฝ่าบาทว่าต่อไปก็ให้ยอมถอยให้แม่นางเซี่ยบ้างเข้าไปอีก…
ฝ่าบาทเองก็ไม่ง่ายเลยจริงๆ ที่มีพี่ภรรยาที่ไม่ค่อยมีความคิดแบบนี้
ในขณะที่โจวเว่ยจงรู้สึกจนเหนื่อยหน่ายใจ แต่หลังจากที่เขาครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกว่าพี่ภรรยาผู้นี้อาจจะไม่ได้ไร้ความคิดจริงๆ ก็ได้
เขาเห็นว่าเวลานี้ท่าที่ทีรัชทายาทมีต่อปรมาจารย์ดูเหมือนจะเป็นห่วงเป็นใยและเคร่งเครียดเกี่ยวกับนางมากเกินไป เซี่ยผิงกั่งก็เอ่ยถึงแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนขึ้นมาทันที ประการแรกคือการเตือนฝ่าบาทว่าเขามีค