สียสละ
แต่ตอนนี้รัชทายาทพูดอะไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น เซี่ยเฉียวเองก็ไม่มีความสามารถและความกล้าที่จะไปโต้แย้งอะไร
ทั้งหมดเป็นเพราะอาจารย์นั่นแหละที่สายตาไม่ดี ทำไมท่านถึงรับศิษย์ที่ขี้โมโหอย่างนี้มาได้นะ
นี่มันศิษย์น้องที่ไหน บรรพบุรุษชัดๆ!
เซี่ยเฉียวสูดลมหายใจเข้าและลูบศีรษะ “เวียนหัว”
“…” จ้าวเสวียนจิ่งรีบสะกดโทสะที่แน่นอกเอาไว้อย่างเต็มที่ พูดก็ผิด ไม่พูดก็ผิด เขาจ้องมองนางมาตั้งนาน แต่ก็ยังไม่กล้าฟันธงว่านางเวียนหัวจริงหรือไม่ เขาจึงได้แต่ต้องกล้ำกลืนโทสะนั้นกลับลงไปอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะหันไปมองเซี่ยผิงกั่ง “เจ้าจะโกรธอะไรนักหนา มัวยืนนิ่งอยู่ทำไม! ยังไม่รีบไปตามหมอมาอีก”
“…” หนังตาเซี่ยผิงกั่งกระตุกเล็กน้อย
ไม่น่ารังแกกันอย่างนี้เลย
เขาชักช้าอืดอาดแล้วก็ออกไปตามหมอด้วยท่าที่เกรี้ยวกราดเล็กน้อย จากนั้นก็กลับมายืนตรงหน้าโจวเว่ยจงพลางพึมพำกับเขา “รัชทายาทของเจ้าทำอะไรปรมาจารย์ไม่ได้สินะ”
“เจ้าก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือ…” โจวเว่ยจงเป็นพวกรู้ความมาตลอด อะไรที่ไม่ควรพูดเขาก็จะไม่พูดอย่างเด็ดขาด
จากที่เขาเห็นโทสะในใจฝ่าบาทตอนนี้จะต้องหายไปแล้วแน่ๆ
ฝ่าบาทไม่ได้เป็นคนใจเย็นนิสัยดีมาแต่ไหนแต่ไร คนที่ล่วงเกินเขาในราชสำนักพวกนั้นล้วนแต่ถูกลากใส้ออกมาจนหมด ตราบใดที่พวกเขาเคยทำเรื่องไม่ดีเรื่องผิดกฎหมายอะไรเอาไว้ จะมีเพียงไม่กี่คนที่จบลงด้วยดี
แต่ตอนนี้อารมณ์เหมือนอยากจะกินคนของเขาดูเหมือนจะถูกควบคุ