บอกว่าพวกเขาน่ารังเกียจและไร้ยางอาย ใช้เงินมาหลอกล่อท่านปู่ท่านย่าท่านลุงท่านอาของนาง และยังบอกว่าครอบครัวนั้นโหดเหี้ยมไร้คุณธรรม อยู่ในตงอันก็เป็นพวกที่ชอบกดขี่ข่มเหง นางยอมที่จะบวชชีดีกว่าจะต้องแต่งงานกับคนผู้นั้น
ปากของนางร้ายกาจจริงๆ
คำพูดของนางดูเหมือนจะด่าว่าครอบครัวว่าที่สามี แต่หากฟังให้ดีแล้ว ทุกคนก็จะรู้สึกว่าปู่ย่าและลุงตระกูลอวี๋เป็นพวกโลภมากไร้คุณธรรม ไม่ใช่คนดีอะไร
นางด่าคนตระกูลอวี๋ก็ช่างเถอะ แต่แล้วสักพักนางก็เปลี่ยนเรื่องมาพูดว่าตระกูลโจวของพวกนางเป็นคนใจดีมีเมตตา ที่เชิญนางกลับมาคราวนี้ก็คงเพราะต้องการที่จะออกหน้าทวงความยุติธรรมแทนนางเป็นแน่ แต่น่าเสียดายที่ท่านย่ายังไม่ทันจะได้พูดอะไรเลย อวี๋เซียนก็พูดจายกย่องท่านย่าเป็นพระโพธิสัตว์เปี่ยมเมตตาไปเสียแล้ว ช่างน่าโมโหจริงๆ!
และที่สำคัญที่สุดยังไม่ใช่เรื่องนี้นะ
แต่เป็นเรื่องที่ท่านย่าเองก็ยังนึกไม่ถึงว่า อวี๋เซียนจะไปลงนามเซ็นสัญญากับตระกูลเซี่ยไว้ก่อนแล้วฃ
ตอนนี้จึงต้องอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ในเมื่อพวกเขารับนางเข้าจวนมาแล้ว หากไม่ส่งตัวนางไปที่ตงอัน ต่อไปทางฝั่งตงอันก็คงจะไม่เจรจาอะไรกับพวกนางแล้ว หากเกิดเรื่องขึ้นมา ไม่แน่พวกเขาก็อาจจะให้ทางฝั่งตระกูลโจวรับผิดชอบก็ได้
แต่หากส่งตัวนางไป…
พวกนางก็ต้องชดใช้เงินให้ตระกูลเซี่ยถึงห้าหมื่นตำลึง!
เดิมทีอวี๋เซียนผู้นี้ก็เป็นเพียงแค่หลานสาวของฮูหยินบ้านใหญ่เท่านั้น