นหนังสือท่ามกลางลมหนาว นางก็ตกใจทันที และรีบสาวเท้ายาวๆ เข้าไปหาเซี่ยเฉียว “ท่านปรมาจารย์! อากาศหนาวขนาดนี้ท่านมายืนทำอะไรที่นี่”
ดวงตาของปรมาจารย์แดงเล็กน้อย…
นางได้รับความไม่เป็นธรรมอะไรหรือเปล่า
เซี่ยเฉียวหันหน้าไปมองอย่างคนไร้วิญญาณ พอเห็นว่าเป็นอวี๋เซียน นางก็ยกยิ้มขึ้นมา “เจ้าสวมชุดนี้ดูดีทีเดียว”
อวี๋เซียนเต็มไปด้วยความห้าวหาญ นางสวมชุดสีแดงนี้แล้วดูดีมาก ความห้าวหาญท่วมร่าง เห็นแล้วก็รู้สึกสดใสสบายตา!
“ขอบคุณปรมาจารย์สำหรับคำชม!” อวี๋เซียนก็ไม่ได้รู้สึกเขินอาย นางมองของที่เซี่ยเฉียวซื้อมา “ของตั้งมากขนาดนี้ ทำไมท่านไม่ให้ทางร้านส่งไปที่หอส่องชะตาให้เลยล่ะ ท่านจะมายืนเฝ้าอยู่ทำไม”
“จริงด้วย ข้าลืมไปเลย” เซี่ยเฉียวชะงักไปเล็กน้อย
“สภาพจิตของท่านดูไม่ค่อยดีเท่าไรนะ ท่านไปเจอเรื่องอะไรมาหรือ หากมีเรื่องอะไรที่ข้าจะช่วยท่านได้ ข้าจะไม่ปฏิเสธแน่นอน” อวี๋เซียนเป็นกังวลมาก
“ไม่มีหรอก เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีอะไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ “เจ้า…เป็นอย่างไรบ้าง”
อวี๋เซียนอยู่ที่บ้านตระกูลโจวเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้
“ก็ไม่เลวนะ” อวี๋เซียนหัวเราะน้อยๆ “อีกไม่กี่วันข้าจะหาวิธีกลับไปบ้านตระกูลเซี่ย”
ขณะที่นางกำลังพูดอยู่นั้น คนที่ออกมาพร้อมกับอวี๋เซียนก็เดินมา “พี่หญิง ท่านนี้เป็นใครหรือ ทำไมแต่งตัวอย่างนี้ ดูเหมือนพวกหมอดูเลยนะ ทางที่ดีพวกเราอยู่ให้ห่างๆ คนที่ประเภทนี้ไว้หน่อยดีกว่า ไม่เช่