จะสำคัญอะไร บอกว่าเป็นพี่หญิงลูกพี่ลูกน้องกัน นางก็แค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีใครอยากได้เท่านั้นแหละ ตระกูลโจวของข้าดีกับนางเข้าหน่อย นางก็คิดว่าตนเองเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ขึ้นมาแล้ว!?”
“พี่หญิงสาม ข้าว่าท่านอย่าได้รีบร้อนตื่นเต้นไปก่อนเลย หากว่านักพรตผู้นี้เกิดเป็นคนที่สำคัญมากๆ ขึ้นมาจริงๆ เล่า”
“ก็แค่นักพรตคนหนึ่งเท่านั้น จะมีอะไรพิเศษกัน!” โจวซือจินโกรธไม่เบา นางครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วก็ถ่มน้ำลาย “ไป ลองตามไปดู ข้าอยากจะรู้นักว่านักพรตผู้นั้นเป็นฮูหยินบ้านไหนถึงทำให้นางไม่สนใจญาติพี่น้องขนาดนี้!”
โจวซือจินกระทืบเท้า นางรีบขึ้นรถม้าแล้วตามอวี๋เซียนไปทันที
รถม้าแล่นไปอย่างบ้าคลั่ง และไม่นานมันก็พาพวกนางมาถึงโรงหมอ
หลังจากที่ท่านหมอตรวจดูอยู่สักพัก คิ้วของเขาก็ขมวดย่นยู่อย่างแรง “ร่างกายของนักพรตผู้นี้อ่อนแอมาก ขาดกำลังภายใน ครรภ์อ่อนแอ…นางน่าจะเหน็ดเหนื่อยตรากตรำมากเกินไปจึงได้เป็นลมไปอย่างนี้ ไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ แต่หลังจากที่ได้พักผ่อนสักพักนางก็ควรจะฟื้นได้เอง”
ท่าหมอสั่นศีรษะ
“ครรภ์อ่อนแอ” อวี๋เซียนขมวดคิ้ว “โรคนี้…พบได้บ่อยหรือ”
“ก็มีบ้าง แต่ที่ร้ายแรงแบบนี้มีไม่มากนัก” ท่านหมอกล่าว
เขาไม่รู้ว่านักพรตผู้นี้อยู่มานานขนาดนี้ได้อย่างไร
อวี๋เซียนมองนักพรตและพึมพำกับตัวเอง “โชคชะตาของข้าแปลกอะไรอย่างนี้ คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยที่ข้าชื่นชอบก็มีสุขภาพไม่ดีเช่นกัน ข้าได้ยินมาว่าเป็นครรภ์อ่อนแอด้ว