นพวกเขาก็ไม่ต้องร้องงิ้วแล้ว เพราะสักพักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรง
เซี่ยเฉียวเข้าใจว่านี่ก็ยังเป็นภาพลวงตา
แม้ว่านักพรตทั้งหลายที่อยู่ข้างๆ นางตอนนี้จะบำเพ็ญเพียรมาก่อน แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะมองเห็นวิญญาณได้โดยตรง ในเมื่อตอนนี้พวกเขาสามารถเห็นวิญญาณได้ นั่นก็หมายความว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นตอนนี้ยังเป็นภาพลวงตาอยู่นั่นเอง
ประตูเปิดออกแล้วและมีคนมากมายบุกเข้ามา
พวกเขาเข้ามาหาเจ้าสาว
แต่เจ้าสาวมีมากเกินไปจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
คนที่เข้ามาใหม่พวกนั้นก็เลยหันมามองพวกเซี่ยเฉียว
“จะให้พวกเราหาหรือ” เซี่ยเฉียวเดาะลิ้น “ปัญหามากจริงๆ กลายเป็นหุ่นเชิดไปหมดอย่างนี้ แล้วใครจะรู้ว่าคนไหนเป็นตัวจริง”
แต่หลังจากที่สิ้นเสียงพูดของนาง จ้าวเสวียนจิ่งก็เดินไปชี้ที่คนผู้หนึ่ง “นาง”
“…” เซี่ยเฉียวงุนงงเล็กน้อย “เพราะอะไรหรือ”
พวกหยวนฉังจื่อเองก็ไม่เข้าใจ
เมื่อครู่นี้พวกเขาทั้งหมดก็อยู่ด้วยกัน อะไรที่เห็นก็ล้วนเหมือนกันทั้งหมด แล้วผู้สูงศักดิ์ผู้นี้มั่นใจอย่างนี้ได้อย่างไรว่าเจ้าสาวที่คนข้างนอกตามหาเป็นใคร
“ตอนที่ดูงิ้ว มีแต่นางที่ยิ้มออกมา แม้ว่ายิ้มของนางจะดูแย่ยิ่งกว่าการร้องไห้ก็ตาม” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอย่างรังเกียจ “อีกอย่างตอนที่เจ้าสาวคนอื่นๆ ทำร้ายผู้ชายคนนั้น พวกนางต่างก็มีสีหน้าไร้ความรู้สึก มีแต่นางเท่านั้นที่ไม่กล้าเข้าไป และมีแววตาท่าทางหวาดกลัว”
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
พอนางมาคิด