ก แต่หลิวหมิงนั้นต่างออกไป สายตาที่เขามองเซี่ยเฉียวเต็มไปด้วยความตกใจหวาดกลัวขึ้นมาในพริบตา
“นาง นางกำลังพูดกับใครน่ะ!” นักพรตหลิวหมิงรีบคลานไปด้านหลังพยายามถอยห่างจากเซี่ยเฉียวทันที
แต่เขาถูกองครักษ์ควบคุมตัวไว้จะหนีอย่างไรก็ไม่พ้น
“บางทีปรมาจารย์อาจจะกำลังคุยกับบรรพบุรุษของเจ้าอยู่กระมัง เดี๋ยวก็ชินเอง หากเจ้าคิดถึงบิดา เจ้าก็สามารถจ้างปรมาจารย์ให้เรียกบิดาเจ้ามาได้ด้วยนะ ให้พ่อลูกอยู่ในห้องเดียวกันสักพักก็ได้เหมือนกัน” องครักษ์มองหมอดูผู้นี้พลางเอ่ยอย่างปากร้าย
“…” เปลือกตาของหลิวหมิงเต้นกระตุกทันที เขาไม่สนใจแล้วว่าองครักษ์ผู้นี้จะด่าเขาหรือไม่
ที่นี่น่ากลัวมาก…
ทั้งๆ ที่มีไฟเยอะมาก แต่ตอนนี้เขายังรู้สึกหนาวไปทั้งตัว
“ต้าฝู ไปดมกลิ่นแล้วหาคนให้ข้าหน่อย” เซี่ยเฉียวยื่นมือออกไปเกาศีรษะของต้าฝู
ต้าฝูกระดิกหางและเข้าไปดมกลิ่นเครื่องนอนพวกนั้น
หลังจากนั้นไม่นาน มันก็เห่า โฮ่ง โฮ่ง ให้เซี่ยเฉียวสองครั้ง
เซี่ยเฉียวลุกขึ้นทันทีและนำต้าฝูไปเริ่มค้นหาตามทางที่ต้องผ่านไปบ้านหลังนั้น
วิญญาณของต้าฝูอยู่ข้างหน้า วิญญาณของมันแตกต่างจากคน มันยังเดินสี่ขา เว้นแต่ตอนที่มันกังวลเร่งรีบมาก มันก็จะใช้การลอยไปแทน
ตอนที่จ้าวเสวียนจิ่งปรากฏตัว เขาเห็นเซี่ยเฉียวและองครักษ์ของนางเดินไปตามถนนอย่างช้าๆ
พวกนางไม่ได้นั่งรถม้า เพียงแต่เคลื่อนที่ไปทีละก้าวและหยุดเป็นบางครั้ง และยืนอยู่ที่นั่นครู่หนึ่งราวกับว่