ายุ่งเรื่องคนอื่น จะส่งตัวเจ้าไป แล้วเจ้าจะไปรักษาหน้าพวกเขาทำไม หากเปลี่ยนเป็นข้า ข้าจะเอะอะโวยวายเอาให้เรื่องดังกระฉ่อนไปทั้งเมืองเลย!”
ตัวเองจะถูกคนอื่นบังคับฝืนใจและทำลายชีวิตที่เหลืออยู่แล้ว แล้วจะไปสนใจพวกเขาทำไม
อวี๋เซียนได้ยินเช่นนั้นก็เกือบจะเรียกได้ว่าตนเองได้พบคนรู้ใจ
นางถูกกักบริเวณเป็นเวลาสามปี คิดอะไรไปมากมาย ตอนที่นางหนีออกมา นางเองก็คิดแล้วว่า หากญาติในเมืองหลวงจะเหยียบย่ำกดขี่นาง แล้วนางควรจะทำอย่างไร ตอนนั้นนางเองก็คิดว่าจะหนีอีกครั้ง และหนีไปให้ไกลๆ
แต่ตอนนี้เซี่ยผิงกั่งพูดได้ไม่เลวเลย
นางจะทำให้ตนเองลำบากไปทำไม
“หมื่นตำลึงเกินไปหน่อยไหม คนอื่นจะต้องไม่เชื่อแน่ๆ” อวี๋เซียนเริ่มพูดคุยหารือกับเซี่ยผิงกั่งอย่างจริงจัง
“คนนอกรู้ว่าน้องสาวของข้าไร้เดียงสาและโง่เง่าเล็กน้อย ก็ให้บอกพวกเขาว่านางได้เจอเจ้าแล้วก็เหมือนรู้จักกันมาก่อน ครอบครัวของเราก็เห็นว่าเจ้าไม่เหมือนคนทั่วไป จึงไม่อยากให้เจ้ารู้สึกไม่ยุติธรรม ก็เลยให้เงินเจ้าห้าพันตำลึง และตกลงกันว่าจะทำงานเป็นเวลาห้าปีเต็ม มีสัญญาเรียบร้อย ถ้าหากเจ้าจะจากไปตอนนี้ พวกเขาจะต้องชดใช้สิบเท่า เป็นเงินห้าหมื่นตำลึงซึ่งไม่มากเลย” เซี่ยผิงกั่งยังรู้สึกว่ามันน้อยเกินไปด้วยซ้ำ
ตระกูลโจวมีพื้นฐานครอบครัวที่ร่ำรวยมาก
“หากอย่างนั้น…ฉวยโอกาสก่อนที่คนพวกนั้นจะมา ทำไมพวกเราไม่ร่างสัญญาใหม่ก่อนเสียก่อนล่ะ” อวี๋เซียนเตรียมพร้อม “สัญญาน