เราะเยาะอย่างเย็นชาออกมาทันที
“อันที่จริงเจ้าก็วางแผนอย่างนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ” เซี่ยผิงกั่งกลอกตาใส่นาง “เจ้าหมายถึงปรมาจารย์สำนักไหน เล่าให้ข้าฟังหน่อย อย่างมากข้าก็จ้างคนด้วยเงินสูงๆ ส่งไปแทน! ข้างกายลูกพี่ลูกน้องเจ้าเองก็มีองครักษ์ปลดประจำการไม่น้อย พวกที่มาจากตระกูลสูงเหล่านั้นคงจะใช้ไม่ได้ แต่พวกที่มีภูมิหลังยากจนจะต้องยินดีแน่ๆ”
“พูดไปก็เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ข้าเองก็เคยได้ยินพวกท่านพูดถึงนางมาก่อน นางคือปรมาจารย์โม่!” อวี๋เซียนรีบเอ่ย “นางเป็นผู้วิเศษจริงๆ!”
“ที่แท้ก็เป็นปรมาจารย์โม่นี่เอง?” เซี่ยผิงกั่งตะลึงไป จากนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องไปแล้วล่ะ! ปรมาจารย์เก่งกาจออกอย่างนั้น หากนางมีอันตราย ยังจำเป็นจะต้องใช้เจ้าด้วยหรือ พวกฝึกยุทธอย่างพวกเราน่ะไม่ฉลาดเท่าปรมาจารย์หรอก ติดตามนางไปก็รังแต่จะเกะกะขวางทางนางเปล่าๆ แต่หากต่อไปปรมาจารย์ขอให้ข้าไปช่วยอะไร ข้าจะมาชวนเจ้าไปด้วย แบบนี้ดีไหม!”
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกโล่งใจมากขึ้น
ปรมาจารย์โม่เป็นคนที่คาดเดาไม่ได้ การเคลื่อนไหวของนางไม่แน่นอน และไม่ชอบให้คนติดตามเลยกระมัง
อวี๋เซียนรู้สึกท้อแท้และหมดพลังเล็กน้อย
เซี่ยผิงกั่งเห็นท่าทางเช่นนั้นของนางก็รู้สึกไม่สบายใจ “ไม่ใช่ว่าข้าจะไม่ให้เจ้าออกไป แต่ลูกพี่ลูกน้องของเจ้าน่ารำคาญจริงๆ เขาให้ข้าเฝ้าดูเจ้า และไม่อนุญาตให้เจ้าแต่งตัวเป็นผู้ชายออกไป