าะข้าอายุยังน้อยนี่แหละ พอแต่งตัวเป็นนักพรต คนอื่นก็ไม่เชื่อความสามารถของข้า ข้าก็เลยต้องเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์เล็กน้อย” เซี่ยเฉียวเอ่ยตามความจริง
ไป๋หลี่จี้รู้สึกเศร้าใจทันที “เจ้าอายุยังน้อยแค่นี้แต่สามารถวาดภาพเช่นนี้ออกมาได้ ก็น่าจะฝึกฝนศาสตร์นี้ให้เชี่ยวชาญกว่านี้ พยายามเรียนรู้จากอาจารย์นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของเจ้า จะไปศึกษาเต๋าทำไม…”
หากเด็กในครอบครัวของเขามีความสามารถอย่างนาง เขาจะให้นางเรียนโดยไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น!
เรื่องไร้สาระอื่นๆ ก็เป็นแค่เรื่องที่ทำให้สิ้นเปลืองเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์!
ไม่เพียงแต่ไป๋หลี่จี้เท่านั้นที่ไม่พอใจ แม้แต่คนตระกูลไป๋หลี่คนอื่นๆ เวลานี้ก็มองเซี่ยเฉียวด้วยสายตาท่าทางที่บ่งบอกว่าเสียดายของ
“หน้าที่หลักของข้าคือวิญญาณ ส่วนงานอดิเรกเป็นเรื่องรองคือเรียนหนังสือ” เซี่ยเฉียวเน้นย้ำ
เรื่องรอง…เรื่องรอง!?
ทุกคนในตระกูลไป๋หลี่ล้วนแต่รู้สึกโมโหขึ้นมาแล้วในเวลานี้
ใต้หล้านี้มีนักเรียนที่ยากจนไม่มีทางออกตั้งมากมายเท่าไร หากมีโอกาสได้เรียนหนังสือ พวกเขาต่างก็ต้องพยายามสุดชีวิตเพื่อไต่เต้าขึ้นไป!
แม้ว่าแม่นางน้อยจะเป็นสตรี แต่นางก็ยังสามารถพึ่งพาความสามารถของตัวเองเพื่อก้าวสู่การเป็นหญิงอัจฉริยะแห่งยุคสมัยได้นี่? ในประวัติศาสตร์นี้ใช่ว่าจะไม่มีสตรีผู้สูงศักดิ์ที่มีชื่อเสียงตกทอดมาตามยุคสมัยเสียหน่อย!
ช่างน่าเสียดาย น่าทอดถอนใจจริงๆ!
สายตาของวิญญาณทั้งกลุ่มเกรี้