สาของวิญญาณตนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่ครอบครัวข้างบ้านนี้กำลังจัดงานแต่งงาน เจ้าเห็นแม่นางคนหนึ่งผ่านมาบ้างหรือไม่ แม่นางคนนั้น…”
เซี่ยเฉียวหันไปมองหวนเอ๋อร์เล็กน้อย
หวนเอ๋อร์ไม่รู้ว่าปรมาจารย์กำลังพูดคุยกับใคร ดังนั้นนางจึงอดตัวสั่นเล็กน้อยไม่ได้ หลังจากที่นางเข้าใจความหมายของปรมาจารย์แล้ว นางก็เอ่ยขึ้นอย่างว่าง่าย “วัน วันนั้นคุณหนูของเราสวมชุดสีฟ้าอ่อน วันนั้นนางปักปิ่นอัญมณีดอกชุ่ยจวี๋ ปิ่นอันนั้นงดงามมาก หากได้เห็นจะต้องไม่ลืมแน่นอน หลัง หลังจากออกมาจากบ้านตระกูลเวิน นางก็อารมณ์ไม่ดี และไม่ได้ขึ้นรถม้า แต่สั่งให้พวกเขากลับบ้านไปก่อน”
“เป็นอย่างนั้นแหละ เจ้าเคยเห็นหญิงสาวแบบนั้นบ้างไหม” เซี่ยเฉียวถาม
วิญญาณพยักหน้าอย่างจริงจัง “คนที่ผ่านไปผ่านมาที่นี่ส่วนใหญ่ข้าก็รู้จักทั้งนั้น วันนั้นที่นี่คึกครื้นที่สุด แม่นางที่เจ้าพูดถึงคนนั้น นางนั่งอยู่ตรงนี้พักหนึ่งด้วย ตอนนั้นมีหญิงชราคนหนึ่งมาตักน้ำ แต่นางก็ยังไม่ยอมขยับ และยังขึงตาใส่หญิงผู้นั้นจนนางตกใจกลัวหนีไป”
แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่านางเป็นคุณหนูจากตระกูลร่ำรวย ไม่ใช่คนธรรมดา ไหนเลยจะยั่วยุหาเรื่องนาง
“นางนั่งอยู่นานแค่ไหน แล้วหลังจากนั้นนางไปไหน มีอะไรผิดปกติบ้าง” เซี่ยเฉียวถาม
หลังจากที่นางถามจบ เซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่าสีหน้าของหวนเอ๋อร์ดูย่ำแย่ลงทันที
แข้งขาของนางสั่นโดยไม่รู้ตัว เซี่ยเฉียวขมวดคิ