นักพรตไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงดวงชะตาของหญิงสาวบ้านนอกคนนั้นได้ แต่ในฐานะผู้วิเศษ เขาจะต้องมีวิธีการปลอบโยนคุณหนู ไม่แน่ว่าเขาอาจจะทำนายวาสนาคู่ครองให้คุณหนูข้าได้…”
“จากนั้นเล่า? ทำไมคุณหนูของเจ้าถึงได้ตกใจจนสูญเสียจิตวิญญาณไปอย่างนั้นได้” เซี่ยเฉียวถามอีก
ปกติทั่วไปแล้วเรื่องพวกนี้ส่วนมากเกิดจากการตกใจกลัว
“พวกเรา พวกเราจ้างรถม้า แล้วไปหาเพื่อนของข้าก่อน ชื่อของเขาคือเป้าอี้ แต่ข้านึกไม่ถึงว่าเป้าอี้จะเห็นพวกเรานายบ่าวออกนอกเมืองตามลำพัง แล้วคนขับคนม้าก็แก่และขี้ขลาด…ตอนนั้นก็เย็นมากแล้วด้วย แท้จริงแล้วเขามีความคิดชั่วร้ายอยู่ในใจและลักพาตัวคุณหนูของเราไป ตอนนั้นเขายัง…ยังจะทำเรื่องอย่างว่ากับคุณหนู ข้ากลัวว่าคุณหนูจะเกิดเรื่องก็เลยเอาก้อนหินทุบหัวเป้าอี้จนสลบไป…”
คนขับรถม้าอายุมากแล้ว เขาเองก็ไม่กล้าที่จะขัดขืนต่อต้าน
หลังจากที่เป้าอี้ล้มลง พวกนางก็แย่งของกลับคืนมา แต่บนเนื้อตัวคุณหนูก็ยังมีร่องรอยอยู่บ้างเล็กน้อย
เสื้อผ้าก็ขาดด้วย คุณหนูกลัวว่าคนอื่นจะรู้จึงบอกให้นางหุบปากให้สนิท
นอกจากนี้ในตอนนั้นคุณหนูโกรธมาก หลังจากที่เป้าอี้ล้มลง นางก็หยิบก้อนหินขึ้นมาและทุบไปอย่างแรงสองสามครั้ง ตอนนั้นนางคิดว่า…เป้าอี้ถูกทุบตายไปแล้ว
ระหว่างทางกลับคุณหนูตัวสั่นอยู่ตลอดเวลาบอกว่านางฆ่าคนไปแล้ว
แต่นางไม่กล้าพูดเรื่องนี้ออกมาจริงๆ ตอนนั้นนางคิดว่าเป้าอี้ตายไปแล้ว และเมื่อใดที่พระชายารู้ว่านา