เซี่ยเฉียวนั่งรถม้ามาตลอดทาง แต่รถม้าโคลงเคลงส่ายเอนไปมา และหลังจากที่นางเข้าไปในสำนักศึกษาแล้ว นางก็ยังรีบเดินอย่างรวดเร็วไปตลอดทาง ใบหน้าของนางมีเลือดฝาด หน้าผากของนางก็มีเหงื่อซึม
ไม่ค่อยเหมือนนางเท่าไรนัก
จ้าวเสวียนจิ่งเชิญให้นางนั่งลงและรินชา “พู่กันด้ามนี้มีไว้ทำอะไรหรือ”
เซี่ยเฉียวหยิบถ้วยขึ้นมาจิบชา “ไป๋หลี่จี้ขอให้ข้าช่วยตามหาวิญญาณของลูกหลาน ข้าต้องการกระดูกนำทาง หลังจากคิดไปคิดมา ในเมืองหลวงนี้ก็มีเพียงพู่กันด้ามนั้นเท่านั้นที่มีกระดูกของพวกเขาอยู่”
“…” ร่างกายของจ้าวเสวียนจิ่งแข็งเกร็งไปชั่วขณะ “กระดูก?”
“ใช่” เซี่ยเฉียวพยักหน้าแล้วเล่าเรื่องอดีตฮ่องเต้ให้เขาฟัง
จ้าวเสวียนจิ่งถูมือนั้นของตนเองเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
เสด็จพ่อรักเขา
หากมีของดีอะไรในวัง ส่วนมากก็จะให้เขาก่อนเสมอ ตอนที่เขาอยู่ในวัง เขาจะได้รับของประทานต่างๆ ทุกวันไม่ขาด ในจำนวนนี้มีพู่กัน หมึก กระดาษ และหินหมึกที่มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย เขาเพียงคนเดียวก็ใช้ไม่หมดหรอก ตอนที่เขายังเด็กจะให้ความสำคัญกับของที่เสด็จพ่อมอบให้ ไม่ว่าเขาจะได้รับอะไรมาก็จะต้องใช้เองอยู่ช่วงหนึ่ง
ดังนั้นจึงเป็นไปได้มากที่ครั้งหนึ่งเขาจะเคยได้รับของสิ่งนี้มา และใช้มันอยู่หลายวันก่อนจะเก็บเข้าคลังส่วนตัวของเขา
ของในคลังส่วนตัว…
เพราะมีของที่สะสมไว้มากเกินไป ต่อมาเขาจึงได้รับอนุญาตจากเสด็จพ่อให้ส่งต่อให้คนอื่นได้
อย่างเช่น ตอนวันเกิดของน้อ