บาทพูดถูก ภาพวาดนั้นไม่เหมือนศิษย์พี่ใหญ่เลยสักนิด เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์”
หากว่าให้พูดตามตรง ตอนนี้ศิษย์พี่ใหญ่หน้าตาไม่ดีเลยจริงๆ พอเขาเห็นภาพวาดเหล่านั้นก็จะนึกถึงหลายปีที่เขารอคอยโดยเปล่าประโยชน์ เขาแทบอยากจะจิ้มตาของตนเองให้บอดไปเสียจะได้ไม่ต้องมองนางอีก…
เช่นนั้นแล้วคงเป็นการดีกว่าหากเขาจะทำลายภาพวาดไปเสีย และแสร้งทำเป็นว่าศิษย์พี่ใหญ่ไม่เคยงดงามมาก่อน
“หากรัชทายาทมีเวลาว่างเมื่อไร ศิษย์น้องรู้สึกคันไม้คันมือ รอให้สุขภาพข้าดีขึ้นหน้อย แล้วข้าจะวาดภาพให้ท่านสักสองสามภาพ” ซังโหยวไม่ลืมที่จะประจบประแจงจ้าวเสวียนจิ่ง
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็เคยชินกับนิสัยเช่นนี้ของเขาแล้ว
“รอให้เจ้าเก็บภาพวาดสาวงามที่อยู่ในมือศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหมดมาให้ข้าก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที” จ้าวเสวียนจิ่งตอบรับอย่างพึงพอใจเลยทีเดียว
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เซียวอวี้หรงและเจียงจิ้นลู่ก็รู้สึกว่าสายตาของซังโหยวเปลี่ยนเป็นการบีบคั้นกลายๆ แล้ว
“ตอนที่เจ้าไม่อยู่เมืองหลวง ข้าปลูกดอกไม้ไว้ไม่น้อยเลย หากศิษย์น้องจัดการเรื่องนี้ได้ดี ดอกไม้พวกนั้นก็จะส่งถึงมือเจ้าทันที อย่าว่าแต่ดอกไม้ที่หาได้ทั่วไปเลย แม้แต่กล้วยไม้บรรณาการเมฆาเขียวมรกตขาวที่ฮ่องเต้โปรดปราน ข้าก็แย่งชิงมาให้เจ้าได้”
“!” ซังโหยวแทบจะกระโดดตัวลอยขึ้นจากเตียง
ดอกไม้ของฮ่องเต้!
ไม่ใช่สิ ประเด็นไม่ใช่ดอกไม้ของฮ่องเต้ แต่เป็นกล้วยไม้บรรณาการซึ่งหาดูได้ยากใน