ชื่อว่าจะมีคราบเลือดอยู่ตรงนั้น หากข้าเอาขานั้นมาได้ ก็ได้จะยื่นมันให้ศิษย์น้องดูเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง” เซี่ยเฉียวถอนหายใจ ท่าทางเสียดายจริงๆ
เจียงจิ้นลู่กลืนน้ำลาย จากนั้นเขาก็จ้องมองไปที่รอยเลือดสีดำๆ แดงๆ อย่างตกตะลึง
เมื่อวานเขาคุกเข่าอยู่ที่นั่นทั้งคืน…
อ้วก…
เขายังไม่ทันได้พ่นมันออกมา แข้งขาของเขาก็อ่อนแรงและหมดสติไปเสียก่อน
“ข้าบอกว่าเขาแค่เชื่อพวกเจ้า ไม่เชื่อข้า สมควรแล้ว” สีหน้าเซี่ยเฉียวมีชีวิตชีวาอย่างหาดูได้ยาก นางเบ้ปากและมองไปศิษย์น้องหมดสติอยู่บนพื้นอย่างรังเกียจรังงอน
“…” เซียวอวี้หรงมองเซี่ยเฉียวอย่างระแวดระวัง “ศิษย์พี่ใหญ่ วางแผนจะลงโทษศิษย์น้องอย่างไรหรือ…”
ถึงอย่างไรเซียวอวี้หรงก็โตกว่าหน่อย และเขาก็รู้ว่าตอนนี้เจียงจิ้นลู่มีความผิด จะต้องให้ศิษย์พี่ใหญ่ระบายโทสะเสียหน่อย ดังนั้นเขาจึงไม่มีความคิดที่จะขอความเมตตาแทนเจียงจิ้นลู่
ศิษย์น้องห้าก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว เขาควรที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองตัดสินใจทำลงไป