หรือว่าข้าอยู่ในเรือนนี้ด้วย” น้ำเสียงหลีซื่อเหยี่ยนสงบราบเรียบ แต่กลับรู้สึกได้ถึงการป้องปราม “คนตระกูลเหมิงจะเอาตัวศิษย์พี่ของเจ้าไป เจ้ายังไม่มาถามข้าสักคำก็ออกไปทันที หากจะพูดให้เบาก็คือเจ้าประมาทเลินเล่อ หรือจะพูดให้ดูรุนแรงหน่อยก็คือเจ้าอกตัญญูไม่ให้เกียรติข้า”
เจียงจิ้นลู่ก้มหน้างุด
อกตัญญูไม่ให้เกียรติ…เขาเก่งแต่ในหนังสือ…
“ศิษย์พี่ของเจ้าสั่งไว้อย่างเคร่งครัดแล้วว่าไม่ให้เคลื่อนย้ายตะเกียงดวงดาวเหล่านี้ เจ้าไม่เพียงย้ายมันเท่านั้น แต่ยังจงใจหลบเลี่ยงนางกับรัชทายาท ไม่ได้ให้ใครไปแจ้งให้พวกเขาทราบ เป็นการผิดคำสัญญาซึ่งไม่ถูกต้อง”
“รัชทายาททรงรับสั่งให้ทหารคุ้มครองตะเกียงด้วยตนเอง นั่นคือคำสั่งของเจ้านาย ซึ่งไม่อาจขัดได้ แต่เจ้ากลับขัด ซึ่งก็คือเป็นการไม่จงรักภักดี!”
“ไม่ผิดที่เจ้าจะไปขอให้หมอเทวดารักษาให้ และไม่ผิดที่เจ้าจะไม่เชื่อศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า แต่ความผิดของเจ้าอยู่ที่การทำตามใจตัวเอง ไม่ถาม ไม่พยายามเข้าใจ และไม่สนใจผู้อื่น”
“เจ้าเคารพศิษย์พี่ใหญ่แค่เพียงเปลือกนอก แต่ลับหลังทำตัวแบบนี้ มันทำให้เห็นได้ว่าในใจเจ้าดูถูกดูแคลนนาง และหยิ่งยโส และในฐานะอาจารย์ข้าผิดหวังใจตัวเจ้ามาก!”
“…”
แต่ละคำของหลีซื่อเหยี่ยนราวกับคมมีดที่บาดร่างกายของเจียงจิ้นลู่
ถึงอย่างไรหลีซื่อเหยี่ยนก็เป็นอาจารย์ของเขา จึงเข้าใจความคิดของเขาได้ดีกว่าตัวเขาเองเสียอีก
ตอนนี้อย่าว่าแต่เจียงจิ้นลู่ที่ถู